“Power Buy” อาณาจักรเครื่องใช้ไฟฟ้า

“Power Buy” อาณาจักรเครื่องใช้ไฟฟ้า

วันนี้เรามารู้จักกับ “Power Buy” ที่เรียกได้ว่าเป็นอาณาจักรเครื่องใช้ไฟฟ้าเลยก็ว่าได้ ซึ่ง “Power Buy” เป็นUริษัทในกลุ่มเซ็นทรัล โดยตอนแรกเป็นเพียงแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้างเซ็นทรัล

แต่ต่อมาได้พัฒนาเป็นแบรนด์ขึ้นมา และเปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัล พระราม 3 เมื่อปี 2540 “Power Buy” นั้น จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน สินค้าไอที และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ครอบคลุมทุกความต้องการของ ลู ก ค้ า กว่า 20,000 รายการ ปัจจุบันเปิดให้บริการ 90 สาขาทั่วประเทศไทย ถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ของธุsกิจนี้

ซึ่งผลการดำเนินงานของ “Uริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด” ปี 2558 รายได้ 16,805 ล้ๅนบๅท กำไร 95 ล้ๅนบๅท, ปี 2559 รายได้ 17,275 ล้ๅนบๅท กำไร 383 ล้ๅนบๅท,

ปี 2560 รายได้ 18,446 ล้ๅนบๅท กำไร 235 ล้ๅนบๅท แต่ที่น่าสนใจคือ ในทุกๆ ยอดขๅย 100 บๅท ของ “Power Buy” นั้น จะเป็นต้นทุน 85 บๅท และเป็นค่าใช้จ่ายอีก 14 บๅท

เหลือเป็นกำไรเพียงประมาณ 1 บๅท แปลว่าธุsกิจประเภทนี้ถึงจะมียอดขๅยสูง แต่เมื่อหักทุกอย่างแล้วจะเหลือกำไรสุทธิที่บางมาก เครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จะต่างจากสินค้าประเภทอื่นๆ

คือ ไม่ใช่แค่ซื้oแล้วจบ แต่ต้องพึ่งบริการเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น การจัดส่ง การติดตั้ง ที่มีมาตรฐาน การรับประกัน การคืนหรือซ่อมสินค้า รวมไปถึงการปรึกษาการใช้งานต่างๆ

ซึ่ง “Power Buy” มีจุดแข็งในเรื่องนี้ และสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้oได้พอสมควร นอกจากนี้ ในด้านการขๅยของ Uริษัทก็ได้พัฒนาบริการ เพื่อความสะดวกของ ลู ก ค้ า มากขึ้น

ทั้งบริการ “Click & Collect” ซึ่ง ลู ก ค้ า สามารถเปรียบเทียบข้อมูลและราคาสินค้าบนเว็บไซต์ ทำการซื้oออนไลน์ และรับสินค้าได้ที่สาขาที่ต้องการ

หรือหากมาซื้oที่หน้าร้าน ก็ได้มีการปรับปรุงร้านให้เป็นธีม Digital มากขึ้น มีบริการ Online Kiosk ที่เป็นเครื่องค้นหาสินค้า และกดซื้oได้ในทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเดิน รวมทั้งมีพนักงานคอยแนะนำข้อมูลสินค้าอีกด้วย

เรื่องราวนี้ ชี้ให้เห็นว่า ในยุคที่ทุกอย่างกำลังเข้าสู่การซื้oสินค้าออนไลน์ หรือ E-Commerce ธุsกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิม ต้องหันมาเน้นให้ความสำคัญในช่องทางที่มีอยู่ทั้งออฟไลน์และออนไลน์

รวมถึงใช้ข้อมูลของฐาน ลู ก ค้ า หาทางตอบโจทย์ความต้องการที่ไม่เหมือนกันของแต่ละบุคคล เพื่อมอบประสบการณ์และการบริการที่เหนือกว่าคู่แข่ง เนื่องจากตัวสินค้านั้นแทบจะเหมือนกัน

ความแตกต่างของผู้ขๅยนี้เอง จะเป็นตัวตัดสินว่า ลู ก ค้ า จะซื้oของที่ร้านไหน

ที่มา : ลงทุนแมน