“Jolly Bears” เยลลี่แบรนด์แรกของไทย

“Jolly Bears” เยลลี่แบรนด์แรกของไทย ขๅยแค่ 5 บ. แต่อยู่ได้มานานกว่า 30 ปี

ถ้าพูดถึงขนมเยลลี่รูปหมีของไทย ไม่ว่าเด็กยุคนี้หรือเมื่อ 30 กว่าปีก่อน คงไม่มีใครไม่รู้จัก “Jolly Bears” เยลลี่ผสมรสผลไม้แบรนด์แรกของไทย จุดเริ่มต้นของแบรนด์ “จอลลี่ แบร์” มีจุดกำเนิดมาจาก “บริษัท พงษ์จิตต์ จำกัด”

ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2516 โดยช่วงแรกนั้นเป็นการผลิต ลู ก อมแบบแข็ง (Hard Candy) ออกมาจำหน่ายก่อน ซึ่งเรียกว่าเป็นขนมที่ได้รับความนิยมค่อนข้างในเวลานั้น

แต่ขณะเดียวกันคู่แข่งก็มากขึ้นตามไปด้วย ทำให้เมื่อเวลาผ่านไปราวสิบกว่าปีธุsกิจดำเนินมาถึงมือของทายาทรุ่น 2 จึงได้มีการคิดค้นนำขนมรูปแบบใหม่เข้ามา

ซึ่งก็คือ “กัมมี่” หรือ “เยลลี่” ลู ก อมแบบเคี้ยวนุ่มหนุบๆ รูปหมีนามว่า “จอลลี่ แบร์” นั่นเอง แต่ด้วยความที่เป็นขนมตัวใหม่ ไม่เคยมีในท้องตลาดมาก่อน จึงทำให้ช่วงแรกนั้น “จอลลี่ แบร์” ถูกปฏิเสธจากร้านค้าต่างๆ

กระทั่งได้มีการตัดสินใจทำโฆษณาทางโทรทัศน์ออกมา (ถ้าใครเกิดทันคงพอจำกันได้กับสโลแกนคุ้นหู “นุ่มๆเหนียวๆ นุ่มๆ เหนียวๆ โอ่ จอลลี่แบร์”)

จึงทำให้จากสินค้าใหม่ที่ไม่มีใครกล้าขๅย กลายเป็นสินค้าขๅยดีจนแทบจะขาดตลาดในเวลานั้น แม้จะดูเหมือนว่าตลอดระยะเวลา 30 กว่าปีที่ผ่านมาแบรนด์ไม่ค่อยมีการทำตลาดให้เห็นสักเท่าไหร่นัก

แต่เคยคิดสงสัยไหมว่า เพราะเหตุใดเยลลี่รูปหมีดังกล่าวจึงสามารถเริ่มต้นขๅยได้ในราคาซองละ 5 บ. มานานกว่า 20 ปีตั้งแต่เริ่มขๅยราคาเท่านี้

นั่นเป็นเพราะว่าแบรนด์ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมการผลิตมากกว่า ว่าทำอย่างไรจึงจะประหยัดต้นทุนได้มากที่สุด เพื่อให้สามารถขๅยเริ่มต้นได้ในราคาซองละ 5 บ. เหมือนเดิม เพราะอยากให้เด็กไทยทุกคนสามารถเข้าถึงได้

โดยสิ่งที่แบรนด์นำมาใช้ ก็คือ การลงทุนด้านเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้มากขึ้น ซึ่งเมื่อสามารถผลิตได้ในปริมาณที่เยอะขึ้น ก็จะช่วยลดต้นทุนให้ถูกลงได้นั่นเอง

ปัจจุบัน “จอลลี่ แบร์” ยังคงครองใจเด็กไทยมาจนถึงทุกวันนี้ แม้จะมีคู่แข่งจากต่างประเทศอย่างแบรนด์ “HARIBO” เยลลี่สัญชาติเยอรมันเข้ามาตีตลาดอยู่บ้าง แต่ด้วยการเป็นสินค้านำเข้าจึงทำให้มีราคาสูงกว่า

ซึ่งในเรื่องรสชาติความชื่นชอบอาจตัดสินกันไม่ได้อันไหนอร่อยกว่า เพราะแล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคล

แต่สิ่งหนึ่งที่มองว่า “จอลลี่ แบร์” น่าจะยังสามารถครองใจเด็กไทยไปได้อีกนานแม้จะไม่ทั้งหมด ก็คือ การเป็นเยลลี่ที่มีราคาย่อมเยากว่า เด็กๆ สามารถเข้าถึงได้ทุกคน

ซึ่งหากแบรนด์ยังคงรักษาคุณภาพและจุดยืนต่อไปเช่นนี้ได้ เชื่อแน่ว่าต่อให้ผ่านไปอีกสักกี่สิบปี เราก็จะยังได้เห็นเยลลี่สัญชาติไทยนี้อยู่ในท้องตลาดเมืองไทยต่อไปได้อีกยาวแน่นอน