“วนัช กูตูร์” ชุดเจ้าสาวแบรนด์ไทยไม่เกรงเจ้าตลาด

“วนัช กูตูร์” ชุดเจ้าสาวแบรนด์ไทยไม่เกรงเจ้าตลาด

คร่ำหวอดอยู่ในวงการ “เวดดิ้ง” มาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาฝึกงาน ก่อนเริ่มต้นชีวิตลูกจ้างในตำแหน่งเซลส์ สั่งสมประสบการณ์อยู่ไม่นาน

ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการ กระทั่งอายุย่างเข้าสามสิบต้นๆ กลายเป็นเจ้าของธุรกิจ “เวดดิ้ง สตูดิโอ” ด้วยทุนหลักล้านจากน้ำพักน้ำแรงตัวเอง

ย้อนไปราว 5 ปีที่แล้ว ต้องยอมรับว่า “เวดดิ้ง สตูดิโอ” จัดว่าอยู่ในช่วง “ขาลง” เรื่อยๆ คุณสรรค์ เองก็เริ่มมองเห็นอนาคตของธุรกิจเวดดิ้งในเมืองไทย

กล่าวคือ ความต้องการและความสนใจในการเลือกใช้บริการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งของคู่แต่งงานมีแนวโน้มลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ประกอบกับช่างภาพพรีเวดดิ้งอิสระ กลับมีเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ต้องปรับราคาค่าถ่ายภาพลดลงเพื่อแข่งขันกัน เหล่านี้นับเป็นสาเหตุหลักๆ

ที่ทำให้เขา นำวิชาปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ เข้ามาบริหารจัดการร้าน โดยเริ่มคิดหาช่องทางการตลาดใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจที่ทำอยู่ไปรอด

“พอธุรกิจโดยภาพรวมเป็นขาลง คิดว่าจะทำอะไรดีที่ทำให้ธุรกิจไปต่อและอยู่ได้ เลยนึกถึงธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีน้อยสุดหรือเป็นงานแฮนด์เมด

เพราะน่าจะมีมูลค่าคงที่ ยิ่งเป็นแฮนด์เมดเท่าไหร่ มูลค่าก็ยิ่งสูง สุดท้ายจึงผันตัวมาเป็นผู้ผลิต คือทั้งออกแบบและตัดเย็บชุดแต่งงานแนวราตรีสีขาวและชุดไทย

เพราะคลุกคลีมาตลอด” คุณสรรค์ เผยจุดเริ่มใหม่ก่อนอธิบายให้ฟังต่อ สมัยที่เขาทำร้าน “เวดดิ้ง สตูดิโอ” นั้น

ชุดแต่งงานราตรีสีขาวที่นำมาให้เจ้าสาวใส่ถ่ายภาพพรีเวดดิ้งหรือไว้ใส่ในพิธีนั้น เป็นการ “นำเข้า” อย่างเดียว เพราะความจริงแล้วชุดเจ้าสาวในตลาด

เวดดิ้งเมืองไทยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จะนำเข้าชุดแต่งงานมาจากประเทศจีนแต่มายุคนี้ ความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนไป เจ้าสาวรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับชุดแต่งงานมากขึ้น

หลายคนไม่อยากได้ชุดนำเข้าจากผู้ผลิตจีน เพราะกลัวคุณภาพไม่ได้ และมีอีกกลุ่มใหญ่ ที่ต้องการความ “พรีเมี่ยม” สำหรับครั้งหนึ่งในชีวิต

เขาจึงตัดสินใจ หันมาเป็นผู้ผลิตชุดแต่งงาน เพราะมีทีมงานที่เป็นบุคลากรมีประสบการณ์ด้านการผลิต ชุดเจ้าสาวแนวฝรั่งเศสมาก่อนแล้ว

และแม้จะมีทีมงานเป็นองค์ประกอบสำคัญ แต่คุณสรรค์ ก็ยังขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติม ด้วยการลงเรียนคอร์สเพิ่มเติมทั้งทางด้านดีไซน์และการตัดเย็บ

เพราะถึงจะไม่ลงมือเอง แต่ก็ต้องให้คำปรึกษาแก่ทีมงานที่มีอยู่กว่า 30 คน ได้ในทุกขั้นตอน ทหลังจากที่ได้เติมเต็มความรู้ด้านต่างๆ มาอย่างครบถ้วนแล้ว

ประกอบกับประสบการณ์ด้านเวดดิ้งที่สั่งสมมานานหลายปี ซึ่งประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่เหมาะสม ในราวปี 2558

คุณสรรค์ ตัดสินใจเปิดตัว ห้องเสื้อ “วนัช กูตูร์” ขึ้น บนทำเลริมถนนลาดพร้าว “ชื่อ วนัช กูตูร์ เกิดจากความคิดที่วางแผนอนาคตไว้ล่วงหน้า

หากมีกำลังการผลิตเพิ่มมากขึ้นและได้ขยายช่องทางไปยังต่างประเทศ จะใช้สัญลักษณ์อะไรดีที่บ่งบอกถึงความเป็นไทย ในที่สุดตัดสินใจใช้ดอกบัว

เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความบริสุทธิ์และงดงาม นำมาเป็นสัญลักษณ์ของห้องเสื้อ โดยคำว่า วนัช แปลว่า ดอกบัว”

สรรค์ เผยที่มาชื่อกิจการล่าสุดในแบบของเขา มื่อก้าวเข้ามาเป็น “น้องใหม่” วงการผู้ผลิตชุดวิวาห์แบรนด์ไทย เรื่องสำคัญ ที่ต้องทำเป็นอันดับต้นๆ

นั่นก็คือ ทำอย่างไรให้ลูกค้าเห็นและยอมรับในผลงานนับแต่วันแรกถึงปัจจุบัน “วนัช กูตูร์” ดำเนินธุรกิจมาได้สามปีเศษ มีลูกค้าหลากหลายวงการ

ทั้งดารา นักธุรกิจ เซเลบ ให้ความไว้วางใจ แถมยังช่วยแนะนำบอกต่อแบบ “ปากต่อปาก” อีกด้วย

“พอทำชุดของเราเอง จึงมีเอกลักษณ์ มีความแตกต่าง ผลตอบรับที่ได้คือ เจ้าสาวเริ่มมองว่าชุดของเราไม่เหมือนใคร อยากเข้ามาหาใช้บริการ