สกายลาร์ค skyluck

สกายลาร์ค เจ้าพ่อฟู้ดคอร์ตเมืองไทย

กิจการภัตตาคาร สกายลาร์ค ร้านอาหารเชนใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น ที่เข้ามาบุกตลาดในไทยเมื่อราว 25 ปีก่อน ซึ่งปัจจุบันถูกเปลี่ยนมือ พร้อมปรับตำแหน่งทางการทำตลาดไปพร้อมแบรนด์ใหม่ “สกายลักค์” ภายใต้ฝีมือการบริหารของคนไทยแต่เพียงผู้เดียวของ “นิวัฒน์ พฤกษ์วงศ์วาน”

ที่ขยายธุรกิจในรูปแบบร้านอาหารภายในศูนย์อาหาร (ฟู้ดคอร์ต) ภายใต้แบรนด์ต่างๆ ทั่วประเทศ เจ้าของธุรกิจชาวญี่ปุ่นมาลงทุนกับหุ้นส่วนที่เป็นคนไทย

นำเอารูปแบบของร้านอาหารสกายลาร์ค ที่เปิดบริการอยู่ในญี่ปุ่นเต็มรูปแบบมาใช้ นำผู้บริหารจากญี่ปุ่นมา ทุกอย่างเซ็ทโดยคนญี่ปุ่นหมด

แต่เมื่อเปิดได้เพียง 2 สาขา ก็ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้อีก เพราะผู้ถือหุ้นลงความเห็นว่าเงินลงทุน ที่จ มไปถึงร้อยล แล้ว ยากที่จะ

ทำให้กลับคืนมา ทุนจดทะเบียน 50 ลบ ครั้งแรกลงทุน 27 ล บวกอีก 14 ลบ ขายได้วันละไม่ถึง 1 หมื่นบ ภายใน 3 ปีแรกใช้หมด

และขา ดทุนจากการบริหาร อีก 50 ลบ ซึ่งมาจากการขา ดทุนทุกเดือน นิวัฒน์ ในวัย 60 ปี ที่ปัจจุบันยังคงความกระฉับกระเฉง

ในฐานะเถ้าแก่ใหญ่ พร้อมดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท สกายลักค์ (Sky Luck) ที่ดูแ ลบริษัทลู กต่างๆ ดังนี้

บริษัท สกายลักค์ บริษัท Weseda Leasing Group บริษัท Look Fresh บริษัท Belle Tokyo บริษัท Good Style (Thailand)

บริษัท Vie บริษัท Omiya H.K. และบริษัท Thai Kitchen 79, New York ธุรกิจในจำนวนนี้มี 3 บริษัท ที่โฟกัสในธุรกิจร้านอาหารไทย

และอาหารญี่ปุ่น ที่ทำตลาดทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้แบรนด์ต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 12 แบรนด์ อาทิ สกายลักค์, โอมิยะ (Omiya) และ

Thai Kitchen 79 เป็นต้น วิถีการทำธุรกิจตามแบบฉบับของนิวัฒน์นั้น ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเปิด ร้านอาหารในฟู้ดคอร์ตเท่านั้น ด้วยใน

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้แตกแบรนด์ร้านอาหารประเภทต่างๆ ออกมารุกตลาดอีกมาก ซึ่งรวมถึงรูปแบบธุรกิจ (บิซิเนส โมเดล) ใหม่ล่าสุด

คือ แฟรนไชส์ ภายใต้ชื่อ “สกายลักค์ เกี๊ยวซ่าร้อยล” ที่กำลังวางแผนการทำตลาดเชิงรุกทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดเพื่อนบ้าน

ที่มองเห็นโอกาสจากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 2558 นี้ สำหรับไอเดียที่สร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจตัวใหม่

ผ่านโมเดลแฟรนไชส์ดังกล่าว ส่วนหนึ่งเป็นการต่อยอดจากการใช้วัตถุดิบเนื้อสัตว์แปรรูปในโรงงานมาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารทอดทานเล่นรายการต่างๆ

อย่างเกี๊ยวซ่า ลูกชิ้นไก่ กุ้ง ไปจนถึงเฟรนช์ฟรายส์ และอื่นๆ อีกหลายรายการ จากแผนธุรกิจใหม่นี้ นิวัฒน์ได้ตัดสินใจลงทุนครั้งใหม่ราว 150 ลบ

เพื่อขยายกำลังผลิตวัตถุดิบหลักในโรงงานย่านคลอง 5 อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ให้เต็มพื้นที่ 8 ไร่ จากปัจจุบันมีพื้นที่ในส่วนของโรงงานผลิต

ราว 4,000 ตร.ม. ตอนเด็กแอดชอบกินมากเลย อร่อยเมนูไก่ย่าง คิดแล้วอยากกินอีกจังเลย

อ้างอิง mgronline