“Sunsweet” ผลไม้อบแห้งที่อยู่ได้นานกว่า 105 ปี

Sunsweet ทำอย่างไร ? ให้ผลไม้อบแห้งขายดี จนอยู่มาได้ 105 ปี

 

Sunsweet ทำอย่างไร ? ให้ผลไม้อบแห้งขายดี จนอยู่มาได้ 105 ปี รู้หรือไม่ว่า 25% ของลูกพรุนที่วางขายอยู่ทั่วโลกนั้น เป็นของแบรนด์ Sunsweet ผู้ผลิตผลไม้

แปรรูปที่ใหญ่อันดับต้น ๆ ในโลก ซึ่งก่อตั้งมาเป็นเวลา 105 ปีแล้วจริง ๆ แล้ว “ลูกพรุน” คือ การนำ “ลูกพลัม” หรือ “ลูกไหน” ที่คนไทยเรียกกัน
มาทำให้แห้งโดยลูกพรุน เป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยสรรพคุณ ที่ดีต่อสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะช่วยบำรุงสายตา, ต้านอนุมูลอิสระ, เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน,

ลดอาการท้องผูก และบำรุงผิวและเส้นผมอย่างไรก็ตาม ถึงลูกพรุนจะมีสรรพคุณมากขนาดไหนแต่การสามารถทำให้สินค้าธรรมดา ๆ มีชื่อเสียงไปได้ทั่วโลก ก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆSunsweet ทำอย่างไร ?แล้วเรื่องราวของบริษัทอายุ 105 ปีนี้ จะน่าสนใจขนาดไหน ? จุดเริ่มต้นของ Sunsweet มาจากกลุ่มเกษตรกรในรัฐ

แคลิฟอร์เนีย ที่ร่วมกันก่อตั้งสมาคมCalifornia Prune and Apricot Growers Association ขึ้นในปี 1917 และนำผลผลิตที่ได้มาจำหน่ายภายใต้แบรนด์เดียวกันโดยผลิตภัณฑ์แรก ๆ ที่เกิดขึ้น ก็คือ “ลูกพรุนอบแห้ง” นั่นเองแต่เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 1930 ก็เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในสหรัฐฯอย่างไรก็ตาม

สำหรับสมาคมกลับเป็นแรงผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ จำนวนมาก เช่น น้ำลูกพรุน หรือลูกพรุนที่ผ่านกระบวนการพิเศษ จนนุ่มละมุนกว่าลูกพรุนอบแห้งทั่วไปและแล้วจุดเปลี่ยนที่สำคัญก็มาถึง นั่นคือช่วงเวลาซึ่งสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ปะทุขึ้นเรื่องนี้ทำให้ กลุ่มเกษตรกรจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณการผลิต และส่งผลผลิตทั้งหมดให้

รัฐบาล สำหรับใช้เป็นทรัพยากรในสงครามแต่เมื่อสงครามจบลง ความต้องการสินค้าที่เคยมีก็ลดลงตามไปด้วยดังนั้น ทางสมาคมจึงต้องหาทางออก เพื่อให้สามารถขายสินค้าได้จำนวนมากขึ้นนั่นจึงเป็นที่มาของการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ จนได้ชื่อ “Sunsweet”รวมถึงมีการโฆษณาตามสื่อทุกสื่อ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ, โทรทัศน์, ภาพยนตร์

และบิลบอร์ด เพื่อสร้างการรับรู้ในหมู่ผู้บริโภคSunsweet จึงมีชื่อเสียงมากขึ้น ซึ่งในขณะเดียวกันบริษัทก็ได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ไปพร้อมกันด้วย และนี่เองที่ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนอีกครั้งโดยในทศวรรษ 1960 Sunsweet ได้คิดค้นกระบวนการแยกเมล็ดพรุนออก ทำให้ได้สินค้าเป็น “ลูกพรุนไร้เมล็ด” ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้แตก

ต่างจากแบรนด์อื่นในท้องตลาดทั่วโลกและยังคงมีการพัฒนากระบวนการนี้มาเรื่อย ๆ เพื่อให้ลูกค้ามีประสบการณ์การรับประทานลูกพรุนที่ดีที่สุด
นอกจากนั้น Sunsweet ยังมีการขยายประเภทสินค้าใหม่ ๆ ให้ตอบโจทย์ลูกค้าตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เช่น มะม่วงอบแห้ง, เบอร์รีรวมอบแห้ง และลูกพรุนเคลือบ

ช็อกโกแลตรวมถึงมีการส่งสินค้าออกสู่กว่า 45 ประเทศทั่วโลกจนปัจจุบันบริษัท Sunsweet Growers ได้กลายเป็นบริษัทด้านการผลิตผลไม้อบแห้ง ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลกไปแล้วและที่สำคัญคือ ยังเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ให้กับชุมชนเกษตรกรในพื้นที่ ด้วยการสร้างรายได้กว่า 10,000 ล้านบาท

โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์หลัก ที่เป็นหัวใจสำคัญของ Sunsweet หรือก็คือ “ลูกพรุน”ซึ่ง Sunsweet ครองส่วนแบ่งถึง 25% ของการผลิตพรุนทั่วโลก
หรือคิดเป็นปริมาณ 50,000 ตันต่อปี เลยทีเดียวอ่านมาถึงตรงนี้ เราคงสามารถสรุปปัจจัยความสำเร็จของ Sunsweet ได้ว่า1.การพัฒนาอย่างต่อเนื่องแม้วัตถุดิบ

หลักของแบรนด์จะมีไม่กี่ประเภท แต่ Sunsweet กลับสามารถต่อยอดออกมาเป็นสินค้าหลากหลายประเภทซึ่งมีทั้งการตอบโจทย์ลูกค้าในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป
รวมถึงนำเสนอสิ่งที่ดีกว่าสินค้าในท้องตลาดให้กับลูกค้า อย่างลูกพรุนไร้เมล็ดที่สำคัญการที่มีวัตถุดิบไม่กี่ชนิด ยังเป็นข้อดี ช่วยในเรื่องการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ

อีกด้วย2.การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเมื่อสินค้าดีแล้ว สิ่งต่อมาก็คือ การสื่อสารให้ผู้บริโภครับรู้โดย Sunsweet ก็มีการปรับกลยุทธ์การสื่อสารตามยุคสมัยเช่นกัน
อย่างในยุคแรกเริ่ม ก็ใช้สื่อที่สามารถเข้าถึงคนในวงกว้างได้ในสมัยนั้น เช่น วิทยุ, ภาพยนตร์, บิลบอร์ดแต่พอปัจจุบันเมื่อโลกก้าวสู่ยุคออนไลน์ Sunsweet จึงมี

การให้ข้อมูลบนเว็บไซต์ของบริษัทด้วยซึ่งเนื้อหาก็สอดคล้องกับเทรนด์ของผู้บริโภคในปัจจุบันเช่น สำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้หญิง แบรนด์ก็พยายามเชื่อมโยงกับการเป็นผลไม้ทางเลือก ที่มีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนัก และบำรุงร่างกายหรือตอนครบรอบ 100 ปีของบริษัท ทางแบรนด์ก็มีชาเลนจ์เพื่อสุขภาพออกมาเล่นกับผู้บริโภค

โดยเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้สร้างสรรค์เมนูอาหารและขนม ที่มีผลิตภัณฑ์ของ Sunsweet เป็นส่วนประกอบ และแชร์ผ่าน #Sunsweet100Celebration บนโซเชียลมีเดีย เพื่อกระตุ้นการรับรู้ของผู้บริโภค3.ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนรู้หรือไม่ว่าผู้บริโภคมีแนวโน้มจะอุดหนุนสินค้า กับบริษัทที่ให้ความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม

มากกว่าซึ่ง Sunsweet ก็ให้ความใส่ใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมากเช่น น้ำที่ใช้ไปกับการเกษตร 80% จะถูกนำไปบำบัด และปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำ หรือการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ขนาด 20,000 เอเคอร์ เพื่อดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นโดยขนาดพื้นที่นี้ เทียบเท่ากับสนามบินสุวรรณภูมิ 2 แห่ง รวมกันเลยทีเดียว

รวมถึงมีการจัดการเรื่องระบบรีไซเคิลทำให้ต่อปี Sunsweet สามารถรีไซเคิลพลาสติกได้ถึง 90,000 กิโลกรัม, กระดาษลัง 450,000 กิโลกรัม และอะลูมิเนียม

อีก 23,000 กิโลกรัมเรียกได้ว่า ทั้งการที่แบรนด์ปรับตัว และพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ออกมาเสมอ รวมถึงการสื่อสารมายังผู้บริโภคผ่านสื่อต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ
จึงทำให้ แบรนด์กลายเป็น “Top of Mind” ของผู้บริโภคที่ถ้านึกถึงลูกพรุน ต้องนึกถึง Sunsweet..