“Loop Mission” ผลิตอาหารด้วย “ขยะอาหาร”

“Loop Mission” ผลิตเ บี ย ร์, น้ำผลไม้ ไปจนถึง อาหารสุนัข ด้วย “ขยะอาหาร”

 

Loop Mission สตาร์ตอัปที่ผลิต เบี ยร์, น้ำผลไม้ ไปจนถึง อาหารสุนัข ด้วย “ขยะอาหาร” รู้หรือไม่ว่า 14% ของอาหารที่เก็บเกี่ยวได้ทั่วโลก กลับถูกนำไปทิ้งลงถังขยะ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคยถูกกินมาก่อน จนทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม อย่าง “ก๊าซเรือนกระจก”

ซึ่งกว่า 8-10% ของก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นทั่วโลก ก็มีต้นตอมาจากขยะอาหารในหลุมฝังกลบจากปัญหาเหล่านี้ ก็ได้จุดไอเดียธุรกิจ และเกิดเป็น “Loop Mission” สตาร์ตอัปที่จะเข้ามาช่วยต่อชีวิตอาหารที่ใกล้ถูกทิ้ง ให้กลายมาเป็นสินค้าที่สร้างมูลค่าได้ หลัก

ร้อยล้านบาทและที่น่าสนใจ คือ Loop Mission ยังได้รับการสนับสนุนจาก “รัฐบาลแคนาดา” อีกด้วยLoop Mission น่าสนใจอย่างไร ?จุดเริ่มต้นของ Loop Mission เกิดขึ้นจากการพบกันของคุณ Julie Poitras-Saulnier และคุณ David Côté ซึ่ง

เขาเป็นเจ้าของเชนร้านอาหารมังสวิรัติ และบริษัทคอมบูชะ ส่วนคุณ Saulnier ว่าที่ภรรยาในอนาคต ก็เป็นคนที่มีประสบการณ์การทำงาน ในเรื่องสิ่งแวดล้อมมาแล้วในหลายองค์กร ทำให้ทั้งคู่มักจะพบเจอกับปัญหาขยะอาหารคล้าย ๆ กันดังนั้น ทั้งสองจึงตกลงที่จะมาแก้ปัญหานี้ร่วมกัน ด้วยการก่อตั้ง Loop Mission ขึ้นในปี 2016โดยเงินทุนในการทำธุรกิจครั้งนี้ มาจากการ “ขายบ้าน” ของคุณ Saulnier และการ “ขายธุรกิจ” ของคุณ Côtéส่วนสินค้าแรกของ Loop Mission ก็คือ น้ำผักผล

ไม้สกัดเย็น 4 รสชาติ และวางขายในราคาประมาณ 130 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ถูกกว่าครึ่งหนึ่งจากท้องตลาดโดยวัตถุดิบทั้งหมด จะมาจากผักและผลไม้ที่กำลังจะกลายเป็นขยะเนื่องจากขายไม่หมด หรือรูปร่างหน้าตาไม่สวยงามตามมาตรฐานอย่างเช่น สีผิดเพี้ยน

รูปร่างบิดเบี้ยว ไปจนถึงเรื่องขนาดที่อาจจะเล็กหรือใหญ่จนเกินไปซึ่งแม้ว่าลักษณะเหล่านี้ อาจไม่ส่งผลต่อคุณภาพของวัตถุดิบ แต่มันกลับส่งผลให้ยากต่อการขาย ทำให้เหล่าร้านค้า และผู้ผลิตต้องทิ้งวัตถุดิบเหล่านี้ไปโดยเปล่าประโยชน์โดยหลังจากวางขายน้ำผลไม้

สกัดเย็นไปได้ไม่นาน ผู้ก่อตั้งทั้งสอง ก็เริ่มได้รับการติดต่อจากเกษตรกร, ร้านขายของชำ, ร้านเบเกอรี และโรงงานผลิตอาหาร ให้ทั้งคู่ช่วยกำจัดเศษอาหารที่เหลือทิ้งพอเรื่องเป็นแบบนี้ Loop Mission จึงได้ออกผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ตามมา เช่น-น้ำผลไม้สกัดเย็น จากผักและผลไม้ที่ใกล้ถูกทิ้ง-เบียร์ จากการหมักขนมปังใกล้หมดอายุ ผสมกับผลไม้-จิน จากเปลือกมันฝรั่ง-สบู่ จากน้ำมันใช้แล้ว นำมาทำความสะอาด แล้วผสมกับผลไม้ส่วนสาเหตุที่ Loop Mission มีการใช้ผลผลิตจาก “พืช” อยู่ในทุกสินค้า ก็เป็นเพราะว่า

ในจำนวนขยะอาหารทั้งหมดทั่วโลกนั้น จะมาจากพืชเป็นหลักอีกประเด็นที่น่าสนใจ ก็คือ แม้ว่าวัตถุดิบทั้งหมดที่ Loop Mission ใช้ จะเป็นสินค้าที่ใกล้ถูกทิ้ง ซึ่งปกติแล้ว ผู้ประกอบการที่นำสินค้าเหล่านี้ไปทิ้ง จะต้อง “เสียค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะ”
แต่แทนที่ Loop Mission จะขอรับบริจาคมาแบบฟรี ๆ เพื่อประหยัดต้นทุนพวกเขากลับเลือกวิธี “ซื้อ” วัตถุดิบในราคาที่ถูกกว่า ราว 30-40% ของราคาเต็มซึ่งเป็นการช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถประหยัดค่ากำจัดขยะ และยังได้เงินกลับมา ไปพร้อม ๆ กัน

ส่วนเหตุผลที่ Loop Mission เลือกที่จะจ่ายเงินซื้อวัตถุดิบเหล่านี้ ก็เพราะต้องการกระตุ้นให้ร้านค้า ยอมมาเข้าร่วมกับ Loop Mission และยังเป็นการให้มูลค่ากับผลผลิตเหล่านั้น โดยการทำให้มันไม่ใช่ของเหลือทิ้ง แต่เป็นสินค้าชิ้นหนึ่งที่มีมูลค่า ที่ผู้คนจะไม่มองว่า ตัวเองกำลังบริโภคของเหลือใช้ หรืออาหารจากขยะเพราะจริง ๆ แล้วผลผลิตที่กลายมาเป็นขยะอาหาร ก็ไม่ได้เกิดจากการเน่าเสีย เพียงแต่เป็นผลผลิตที่หน้าตาไม่สวย หรือมาจากร้านค้าที่สั่งสินค้ามาขายมากเกินไป จนขายไม่หมดอย่างไรก็ตาม ถึง Loop

Mission จะมีค่าใช้จ่ายในการซื้อผลผลิตที่กำลังจะหมดอายุแต่ราคาสินค้าของ Loop Mission ก็ยังถูกกว่าสินค้าประเภทเดียวกันที่ขายในท้องตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้าให้หันมาซื้อสินค้า และสินค้าส่วนใหญ่ก็เป็นสินค้าที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ตอบโจทย์ลูกค้าที่

ต้องการประหยัดเงิน หรือมองหาทางเลือกที่ดีต่อโลกโดยในปัจจุบัน สินค้าของ Loop Mission มีวางจำหน่ายทั้งแบบออนไลน์ และตามร้านค้าขนาดเล็ก ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เช่น-Sobeys ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของแคนาดา-Whole

Foods Market ห้างสรรพสินค้าที่เน้นขายสินค้า เพื่อคนรักสุขภาพแล้วธุรกิจของ Loop Mission สามารถทำเงินไปได้เท่าไร ?ตามที่ผู้ก่อตั้ง Loop Mission เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ในปีแรกที่ดำเนินธุรกิจ พวกเขาทำรายได้อยู่ที่ 34 ล้านบาท และ 3 ปีต่อมา รายได้ก็ก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 170 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นการเติบโตเฉลี่ยถึง 124% เลยทีเดียวนอกจากนี้ พวกเขายังได้ต่อยอดแผนธุรกิจที่ชื่อ “Loop Synergies” ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจแบบ B2Bโดยเป็น “บริการให้คำปรึกษา” แก่ร้านขายของชำ และผู้ผลิต ที่

ต้องการหาวิธีลดขยะอาหารที่เกิดจากธุรกิจของตัวเอง และยังสามารถนำกลับมาสร้างมูลค่าได้อีกครั้งซึ่งทางบริษัทจะเข้าไปช่วยหาวิธีในการยืดอายุของอาหารเหลือทิ้ง ให้กลายเป็น “ผงผัก, ผลไม้อบแห้ง, น้ำผลไม้ ไปจนถึงปูเร (purée) หรือก็คือ การนำอาหารปรุงสุกจากผักหรือผลไม้ มาบดให้อยู่ในรูปครีมหรือของเหลว แล้วนำไปแช่แข็ง เพื่อให้สามารถเก็บไว้ใช้ได้อีกนานถัดมาที่อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ ก็คือเมื่อเดือนเมษายน ปี 2022 นี้ รัฐบาลกลางแคนาดา ได้ให้เงินสนับสนุนแก่ธุรกิจ Loop Mission ไปถึง 41

ล้านบาท และยังมีรัฐบาลของรัฐเกแบ็ก ซึ่งเป็นรัฐที่ตั้งสำนักงานของ Loop Mission ก็ยังได้ให้เงินกู้กับบริษัทแห่งนี้ อีกเป็นจำนวนเงินมากกว่า 116 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนธุรกิจ Loop Mission ในการสร้างโรงงานแห่งใหม่ สั่งซื้อเครื่องจักร และสานต่อแผนการขยายธุรกิจไปยังสหรัฐอเมริกานอกจากจะไปได้สวยในแง่ของการดำเนินธุรกิจแล้วLoop Mission ก็ยังสามารถทำตามเป้าหมายที่อยากให้โลกดีขึ้นได้เช่นกันโดยพวกเขาช่วยให้ ผักและผลไม้กว่า 8,000 ตัน ไม่ต้องไปจบลงที่หลุมฝังกลบ

ลดการเกิดก๊าซเรือนกระจกไปแล้ว 6,000 ตันและขนมปังมากกว่า 1 ล้านแผ่น ไม่ถูกทิ้งไปอย่างเสียเปล่าเรื่องราวของ Loop Mission ถือเป็นอีกกรณีศึกษาที่น่าสนใจเพราะในขณะที่ทั่วโลก กำลังเจอกับปัญหาราคาอาหาร และต้นทุนการผลิตที่กำลังสูงขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ในอีกด้านหนึ่ง เราก็โยนอาหารทิ้ง อย่างเปล่าประโยชน์ไปทุก ๆ วันเช่นกันดังนั้นสิ่งที่ Loop Mission ทำ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ธุรกิจหนึ่งเท่านั้นแต่พวกเขาอาจกลายมาเป็น จิกซอว์ชิ้นใหม่ ที่ช่วยหยุดอาหารเหล่านี้ให้ไม่ไปถึงหลุมฝังกลบ และยังช่วยให้ผู้คนได้

บริโภคอาหารในราคาที่ถูกลง รวมไปถึงช่วยให้ร้านค้า และผู้ผลิตไม่ต้องแบกรับภาระจากต้นทุนสินค้าที่ขายไม่หมด จนมากเกินไป..