X

ห้องเสื้อชั้นสูง “Lanvin” แบรนด์ของคนไฮโซเท่านั้น

“Lanvin” ห้องเสื้อชั้นสูง สำหรับคนไอโซเท่านั้น  ที่เริ่มจาก การตัดเย็บชุดตุ๊กตาให้ลูกสาว

 

Lanvin ห้องเสื้อชั้นสูง ที่เริ่มจาก การตัดเย็บชุดตุ๊กตาให้ลูกสาว ถ้าใครเคยดูซีรีส์คลาสสิกอย่าง Sex and the Cityนอกจากเรื่องราวของสี่สาวเพื่อนสนิท ในมหานครนิวยอร์กแฟชั่นของตัวละครที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ถูกพูดถึงไม่แพ้กันที่น่าสนใจ

คือ ชุดเจ้าสาวจากในเรื่อง Sex and the City ยังคงเป็นไอเดียชุดแต่งงานสำหรับสาว ๆอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าซีรีส์เรื่องนี้จะออกอากาศตั้งแต่ 20 ปีที่แล้วก็ตามโดยหนึ่งในนั้นก็มีชุดเจ้าสาวจากแบรนด์ Lanvin ห้องเสื้อชั้นสูงจากฝรั่งเศสอยู่ด้วย

แล้วแบรนด์ Lanvin มีความเป็นมาอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง Lanvin (ลองแวง) เป็นแบรนด์แฟชั่นระดับตำนาน ที่มีเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในปี 1889 หรือมีประวัติยาวนานถึง 132 ปีถือเป็นแฟชั่นเฮาส์ฝรั่งเศสเก่าแก่ที่สุด เป็นอันดับสาม ที่ยังคงเปิดดำเนิน

การอยู่ รองจาก Hermès และ Louis Vuittonโดย Lanvin ตั้งชื่อตามผู้ก่อตั้ง นั่นก็คือ คุณ Jeanne Lanvinเดิมทีเธอเปิดร้านหมวกเล็ก ๆ ใจกลางกรุงปารีสแต่ด้วยความสวยงามของหมวก ทำให้แบรนด์ได้รับชื่อเสียง และความสนใจจากสุภาพสตรีผู้สูงศักดิ์

มากมายจนกระทั่งปี 1897 คุณ Jeanne Lanvin ได้ให้กำเนิดคุณ Marguerite ลูกสาวของเธอและเรื่องนี้เองที่ทำให้ชีวิตของคุณ Jeanne Lanvin เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลจากช่างทำหมวกชื่อดัง สู่เส้นทางดีไซเนอร์ระดับโลกด้วยความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างแม่ลูก จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้คุณ Jeanne Lanvinเริ่มประดิษฐ์ชุดตุ๊กตา และตัดเย็บเสื้อผ้าสำหรับลูกสาวตัวน้อยซึ่งชุดที่เธอสร้างสรรค์ขึ้นมา ก็ได้รับคำชื่นชมจากเพื่อนและลูกค้าที่มาซื้อหมวกอยู่บ่อย ๆ จนเริ่มมีคำขอให้คุณ Jeanne

Lanvin ออกแบบเสื้อผ้าเด็กจำหน่ายจริง ๆ บ้างเรื่องนี้ จึงนำไปสู่การเปิดแผนกเครื่องแต่งกายเด็กในปี 1908ก่อนจะขยายสู่แผนกเครื่องแต่งกายสตรีเพิ่ม ในปีถัดมา เนื่องจากยอดคำสั่งซื้อเสื้อผ้าเด็กเริ่มมีมากกว่าหมวก รวมถึงผู้หญิงในหลาย ๆ วัยที่โตขึ้นก็ขอให้

เธอออกแบบเสื้อผ้าให้บ้างทำให้บรรดาแม่และลูกสาวชาวปารีสมากมาย มาเข้าแถวเลือกซื้อเสื้อผ้าจาก Lanvin ไม่ว่าจะเป็นชุดสำหรับกลางวัน ชุดราตรี เสื้อโคต ไปจนถึงชุดชั้นในและในปีเดียวกันนี้ คุณ Jeanne Lanvin ก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของ Chambre

Syndicale de la Couture หรือที่รู้จักกันในนาม สมาคมโอตกูตูร์คุณ Jeanne Lanvin จึงได้รับสถานะเป็น ดีไซเนอร์ชั้นแนวหน้าของปารีสอย่างเป็นทางการซึ่งที่ผ่านมาคุณ Jeanne Lanvin ก็มักจะนำความรักที่มีต่อลูกสาว มาสื่อให้เห็นชัดเจนผ่านตัวแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบที่มักจะมีคุณ Marguerite เป็นแรงบันดาลใจ โดยเน้นความเรียบง่ายแต่ประณีต การตัดเย็บตามรูปร่างผู้หญิง รวมถึงงานปักที่ละเอียดอ่อนบนผ้าหรูหราโลโกของแบรนด์ก็เป็นรูปภาพเหมือน จากภาพถ่ายของคุณ Jeanne Lanvin กำลังจับ

มือลูกสาวที่สวมเสื้อผ้าเข้าชุดกัน ขณะแต่งตัวไปงานลีลาศรวมไปถึงการเปิดตัวน้ำหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่าง “Arpège”เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดครบรอบ 30 ปี ของคุณ Marguerite อีกด้วยเรียกได้ว่าคุณ Marguerite อยู่เบื้องหลังความคิดฃฃฃฃ

สร้างสรรค์ และเป็นแรงบันดาลใจมหาศาลของ Lanvin ก็คงไม่ผิดนักและตลอดอาชีพของคุณ Jeanne Lanvin เธอก็ไม่เคยหยุดพัฒนาและขยายแบรนด์ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เลยอย่างในปี 1913 ที่มีการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ชุดขนสัตว์และต่อมาในปี 1920 ได้

เปิดตัว Lanvin Decoration หรือผลิตภัณฑ์ของตกแต่งบ้าน เช่น เฟอร์นิเจอร์ พรม ผ้าม่าน กระจกสี วอลล์เพเปอร์แต่การขยายแบรนด์ที่สำคัญที่สุดของ Lanvin คือการสร้าง Lanvin Parfums ในปี 1924เจ้าของผลงานน้ำหอมขวดสีม่วงกลิ่น Eclat D’Arpege Edp ที่เป็นน้ำหอมสามัญประจำโต๊ะเครื่องแป้งของผู้หญิงหลาย ๆ คนนอกจากนั้น ในปี 1926 ก็มีการเปิดตัว Lanvin Men เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเพศชายส่งผลให้ Lanvin เป็นแบรนด์เดียวในปารีสในขณะนั้น ที่นำเสนอคอลเลกชัน

ทั้งสำหรับบุรุษและสตรีจนกระทั่งในปี 1946 คุณ Jeanne Lanvin เสียชีวิตลงอย่างสงบด้วยวัย 79 ปีแบรนด์ชั้นนำของฝรั่งเศสนี้ จึงถูกส่งให้คุณ Marguerite ลูกสาวคนเดียวของเธอดำรงตำแหน่งประธานบริษัท และออกแบบคอลเลกชันของแบรนด์ต่อ

แต่คุณ Marguerite ก็มาด่วนจากไป ในปี 1958 ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีบุตร ทำให้กรรมสิทธิ์ใน Lanvin ตกเป็นของคุณ Yves Lanvin ลูกพี่ลูกน้องของคุณ Margueriteซึ่งในเวลาต่อมา บริษัทก็ถูกซื้อและขายกิจการอีกหลายต่อหลายครั้งตั้งแต่ Midland Bank

ธนาคารชั้นนำในสหราชอาณาจักร, Orcofi บริษัทโฮลดิงซึ่งถือครองโดยตระกูล Vuitton, L’Oréal บริษัทเครื่องสำอางใหญ่สุดในโลก, Harmonie S.A. กลุ่มทุนจากไต้หวันและล่าสุดในปี 2018 Lanvin ถูกขายให้ Fosun International กลุ่มทุนจากจีนขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในขณะเดียวกัน ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Lanvin เอง ก็มีคนใหม่ ๆ เข้ามารับช่วงต่อ จนเมื่อเวลาผ่านไปอัตลักษณ์เดิม ที่เคยเป็นจุดเด่นของแบรนด์ ก็ค่อย ๆ เลือนหายตามกาลเวลาประกอบกับที่คุณ Alber Elbaz ผู้ที่ดูแลการ

ออกแบบมานานถึง 14 ปี ได้โบกมือลาแบรนด์ไปในปี 2015ตัวเลขยอดขายของแบรนด์ก็เป็นสีแดงและตกลงอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 4 ปีจนกระทั่งในปี 2019 ถึงปัจจุบัน ก็ได้คุณ Bruno Sialelli เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Lanvin หลัง

จากที่เคยร่วมงานกับ Loewe แบรนด์หรูสัญชาติสเปนมาก่อนหน้านี้ซึ่งคุณ Bruno Sialelli ถือเป็นบุคคลที่อายุน้อยที่สุด ที่เข้ามารับตำแหน่งนี้โดยเขาได้นำเสนอแนวคิดที่สดใหม่ จากที่เคยมุ่งเน้นความเป็นฝรั่งเศส ก็มองภาพแฟชั่นที่กว้างขึ้นในระดับโลกมีการใส่

จิตวิญญาณที่ขี้เล่นไม่เหมือนใคร ให้เข้ากับยุคสมัย ผสมผสานกับฝีมืออันประณีต เทคนิคการตัดเย็บชั้นเลิศ รวมถึงสไตล์ของคุณ Jeanne Lanvinซึ่งก็มีการเปิดเผยจาก Lanvin ว่า การแต่งตั้งคุณ Bruno Sialelli ถือเป็นทิศทางใหม่ที่สำคัญของแบรนด์ และก็เรียกได้ว่าทางแบรนด์ตัดสินใจได้ถูกต้อง จากสัญญาณของยอดขาย ที่กลับมาพุ่งสูงขึ้น อีกครั้ง..