X

“Fentimans” กู้แบรนด์ที่ร่วงโรย ให้คืนชีพอีกครั้ง

การกู้แบรนด์ที่ร่วงโรย ให้คืนชีพอีกครั้ง ของเครื่องดื่ม “Fentimans”

 

 

การกู้แบรนด์ที่ร่วงโรย ให้คืนชีพอีกครั้ง ของเครื่องดื่ม Fentimans ใครที่เป็นสายชอบดื่มค็อกเทล หรือชอบดื่มซอฟต์ดริงก์กลิ่นผลไม้หอม ๆอาจจะเคยเห็นแบรนด์ “Fentimans” ผ่านตามาบ้างแล้วรู้หรือไม่ว่า แบรนด์นี้มีอายุมากว่า 117 ปีแล้ว และ

เคยต้องปิดกิจการไปเกือบ 30 ปี จากการสู้คู่แข่งรายใหญ่ไม่ไหวแต่ในปัจจุบัน Fentimans กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และสามารถส่งออกเครื่องดื่มไปขายได้ทั่วโลกแล้วเรื่องราวของ Fentimans

นั้นเป็นมาอย่างไร ?แบรนด์ Fentimans ก่อตั้งขึ้นในปี 1905 หรือเมื่อประมาณ 117 ปีที่แล้วโดยคุณ Thomas Fentiman อดีตช่างตีเหล็ก ในประเทศอังกฤษแล้วจากช่างตีเหล็ก ทำไมเขา

ถึงได้มาทำเครื่องดื่มขาย ?ต้องบอกว่าเริ่มแรก เขาได้รับสูตรการปรุง ​Ginger beer มาจากพ่อค้าคนหนึ่งที่มาขอกู้ยืมเงิน และใช้สูตรเครื่องดื่มเป็นหลักประกันภายหลังพ่อค้าคนนี้ก็ไม่เคยมาจ่าย

หนี้คืนให้กับคุณ Thomas ทำให้สูตรเครื่องดื่มนี้ กลายมาเป็นของเขาในช่วงแรกนั้น คุณ Thomas ก็ได้ผลิต Ginger beer ด้วยวิธีการทางพฤกษศาสตร์ คือ ผสมผสานการหมักส่วนผสมจาก

ธรรมชาติโดยสูตรดั้งเดิม คือ การบดรากขิง ก่อนที่จะใส่ลงในกระทะทองแดง แล้วเคี่ยวเพื่อให้ปลดปล่อยรสชาติออกมาจากตัวขิงจากนั้นเติมส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น สมุนไพร น้ำตาล น้ำแร่

และยีสต์ กวนให้ทั่ว แล้วต้มให้เข้ากันจากนั้นนำของเหลวไปใส่ในถังไม้ และปล่อยให้ผ่านกระบวนการหมักโดยของเหลวที่ได้จากการหมัก จะถูกแยกจากถังไม้ลงในไหหิน ซึ่งจะพร้อมดื่มภายใน

7 วันเมื่อได้ที่แล้ว ก็จะแบ่งบรรจุเพื่อนำไปขายต่อ ด้วยขวดโหลซึ่งจะประทับตราด้วยแมสคอตของ Fentimans คือ สุนัขพันธุ์ German Shepherd ซึ่งก็มาจากสุนัขที่เขาเลี้ยงไว้โดยที่วิธีการ

ขายของเขาก็คือ นำสินค้าใส่รถม้าส่งตรงถึงหน้าบ้านหลังจากนั้นไม่นาน ธุรกิจ Ginger beer ของเขาก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และธุรกิจก็เติบโตขึ้นจนสามารถเปิดโรงงานผลิตได้หลาย

แห่งทางตอนเหนือของอังกฤษและขยายไลน์การผลิตไปทำซอฟต์ดริงก์ เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ผสมโซดาอย่างไรก็ตาม เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป การแข่งขันในตลาดก็เริ่มสูงขึ้นตามมาและจาก

กิจการที่เคยรุ่งโรจน์ก็เริ่มร่วงโรย..เมื่อผูเล่นรายใหญ่อย่างเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ เริ่มหันมาบุกตลาดซอฟต์ดริงก์ เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ น้ำโซดาต่าง ๆเรื่องนี้ทำให้ธุรกิจซอฟต์ดริงก์ของ

Fentimans ย่ำแย่ บวกกับความนิยมใน Ginger beer ที่ค่อย ๆ ลดลง จนสุดท้ายต้องปิดกิจการลงราว ๆ กลางทศวรรษ 1960sอย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 30 ปีในปี 1988

หลานชายของคุณ Thomas Fentiman ก็กลับมาปลุกปั้นกิจการอีกครั้ง..จากความรู้และความเชี่ยวชาญในสูตรของคุณ Thomas ที่ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นของครอบครัว Fentiman

หลานชายของเขานำมันมาฟื้นคืนชีพอีกครั้งซึ่งก็ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี เพราะยังมีกลุ่มผู้บริโภคที่นิยมวิธีการผลิตเครื่องดื่มแบบวินเทจอยู่ไม่น้อยแต่ประเด็นสำคัญคือ ในยุคสมัยที่มีผู้เล่นใน

ตลาดเครื่องดื่มมากมายเขาทำอย่างไรให้ Fentimans อยู่รอดอีกครั้ง ?คำตอบคือ หลานชายของคุณ Thomas ได้เปลี่ยนแปลงกลยุทธ์หลาย ๆ อย่างด้วยกัน เช่น- ยึดมั่นในสูตรดั้งเดิมของตัวเอง

แต่นำมาปรับกระบวนการผลิตให้ดีขึ้นเช่น การใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึงใช้กระบวนการพาสเจอไรซ์ เข้ามาทำให้เครื่องดื่มอยู่ได้นานขึ้น โดยที่ไม่เสียรสชาติออริจินัลไป- การปรับกลยุทธ์ด้าน

การขายให้หลากหลายจากเดิมในอดีตที่เคยส่งตรงถึงบ้านผู้บริโภคอย่างเดียว ก็ปรับเป็นการกระจายสินค้าผ่านช่องทางต่าง ๆเช่น ร้านค้า บาร์ ร้านอาหาร โมเดิร์นเทรด และช่องทางออนไลน์มากขึ้น

เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้หลากหลาย และง่ายขึ้น- การปรับเปลี่ยนแพ็กเกจจิงให้สวยสะดุดตาเพื่อดึงดูดผู้บริโภค จากที่เคยบรรจุใส่ขวดโหลสีน้ำตาล ก็ปรับมาใช้ขวดแก้วใสที่ได้มีการทำ

ลวดลายฉลากแบบใหม่อันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ผู้บริโภคสามารถจดจำได้อย่างง่ายดายโดยในปัจจุบัน Fentimans ส่งเครื่องดื่มไปขายในหลายประเทศทั่วโลกซึ่งใครที่เป็นสายเที่ยวบาร์ค็อก

เทลหรือชอบดื่มซอฟต์ดริงก์กลิ่นสดชื่นอ่านถึงตรงนี้ ก็อาจจะนึกถึงชื่อ “Fentimans” บนขวดแก้วทรงวินเทจ กันได้บ้างแล้ว..