mitsubishi

mitsubishi

เปิดตำนานกว่า 100 ปี ของ รถ“มิตซูบิชิ” ที่จากเป็นรากหญ้าต่ำต้อยสู่ผู้นำระดับโลก และเป็นเจ้าของเกาะดัง ฮาชิมะ

 

 

ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันว่าแบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นรายใดที่มีอายุเก่าแก่ที่สุด คำตอบจะแตกต่างออกไปขึ้นอยู่กับว่าจะถามอีซูซุ มิตซูบิชิ หรือนิสสันอีซูซุประกาศด้วยความภาคภูมิใจว่าพวกเขาเป็นผู้ผลิตรถรายแรกของญี่ปุ่นด้วยการก่อตั้งแผนกผลิตรถยนต์ขึ้นในปี 1916 แต่

กว่าที่อีซูซุหรือที่รู้จักกันในชื่อโตเกียว อิชิกาวาชิมะ ชิพ บิวดิ้งแอนด์เอ็นจิเนียร์ริ่งในขณะนั้นจะผลิตรถคันแรกออกสู่ตลาดคือปี 1922 ส่วนชื่ออีซูซุปรากฎในสารบบอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างเป็นทางการคือปี 1933ด้านนิสสันเริ่มต้นจากการเป็นบริษัทไควชินฉะ มอเตอร์ คาร์ เวิร์ก เริ่มผลิตรถ “แดท” คันแรกในปี 1914 ก่อนที่จะมาเป็นแดทสันและนิสสันในเวลาต่อมาขณะที่มิตซูบิชิมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่านั้น โดยผู้ก่อตั้งอย่างยาทาโร อิวาซากิเติบโตมาจากตระกูลซามูไรและสมัยโชกุน ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดที่น่าสนใจมา

กอิวาซากิซื้อบริษัทสึคูโมะ เทรดดิ้ง คอมพานีและเปลี่ยนชื่อเป็นมิตซูบิชิในปี 1873 ธุรกิจแรกเริ่มคือการชิปปิ้งขนส่งสินค้าและการพัฒนาเครื่องยนต์สำหรับอากาศยาน ก่อนจะมาเริ่มผลิตรถคันแรกคือมิตซูบิชิ โมเดล เอ (บนพื้นฐานของเฟียต ทีโป 3) ในปี 1917 หรือ 5 ปีก่อนที่อีซูซุจะผลิตคันแรกมิตซูบิชิผลิตโมเดล เอจำนวนทั้งหมด 22 คันและจัดจำหน่ายผ่านดีลเลอร์ของมิตซูบิชิ (ได้รับเงินทุนจากมิตซูบิชิ ชิพบิวดิ้ง และมิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น) จึงสามารถอ้างได้ว่าพวกเขาเป็นผู้ผลิตรถแบบแมสโปรดักชั่นเจ้าแรกของญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส” ไม่อาจอ้างได้ว่าพวกเขาเป็นบริษัทที่มีอายุ “100 ปี” เหมือนกับบีเอ็มดับเบิลยูถึงแม้จะมีประวัติศาสตร์การผลิตรถยนต์มายาวนานก็ตาม เนื่องจากบริษัทมิตซูบิชิ มอเตอร์สเพิ่งก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน 1970 โดยก่อนหน้านั้น ธุรกิจยานยนต์เป็นแค่แผนกของบริษัทมิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่นเท่านั้นนั่นทำให้วีดีโอฉลอง 100 ปีที่ทางมิตซูบิชิปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเขียนไว้ว่า “ศตวรรษแห่งนวัตกรรม ยานยนต์ของมิตซูบิชิ” โดยไม่ได้ใช้ชื่อบริษัท “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส” แต่

อย่างใดถึงกระนั้น บางบริษัทก็นับอายุการดำเนินธุรกิจตั้งแต่เริ่มจำความได้กันเลย อาทิ เมอร์เซเดส-เบนซ์/เดมเลอร์ที่ประกาศตนว่ามีอายุถึง 130 ปี ถึงแม้คาร์ล เบนซ์ และกอตลีบ เดมเลอร์จะเพิ่มผนวกรวมบริษัทเดมเลอร์-เบนซ์ในปี 1926 หรือ 91 ปีที่แล้วและชื่อเมอร์เซเดสถูกใช้กับรถยนต์ในปี 1902 หรือ 115 ปีที่แล้วกลับมาที่มิตซูบิชิ พวกเขาผลิตรถคุณภาพเยี่ยมมากมายตลอดศตวรรษที่ผ่านมา แต่ผู้เชียวชาญชี้ว่า นวัตกรรมการพัฒนาระบบวิศวกรรมของมิตซูบิชิสวนทางกับความเชี่ยวชาญในด้านการทำตลาด หลายคน

ยังไม่รู้ว่านวัตกรรมหรือวิศวกรรมที่แบรนด์รถเยอรมันใช้กันอย่างแพร่หลายนั้นถูกใช้ในรถมิตซูบิชิมานานก่อนหน้าหลายทศวรรษแล้วยกตัวอย่าง มิตซูบิชิ กาแลนด์ วีอาร์4 รุ่นปี 1987 มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 205 แรงม้า (เพิ่มเป็น 240 แรงม้าในช่วงปลายของการทำตลาด) ใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและล้อทั้งสี่เลี้ยวได้ นับเป็นนวัตกรรมทีเหนือชั้นที่อัดแน่นอยู่ภายในตัวถังแบบซีดาน 4 ประตูทรงเรียบง่ายระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของมิตซูบิชิมีความซับซ้อนกว่าออดี้ ควอตโตรเสียอีก ส่วนระบบควบคุมแชสซีส์ก็เหนือกว่า

เทคโนโลยีของออดี้ แม้กระทั่งปอร์เช่ยังพัฒนาตามออกมาในภายหลังแต่เชื่อได้ว่าหลายคนจะได้ยินชื่อ “ควอตโตร” ของออดี้ มากกว่า “ไดนามิกโฟร์” ของมิตซูบิชิ จริงๆแล้วบางคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อ “ไดนามิกโฟร์” ด้วยซ้ำไปซึ่งเป็นชื่อทางการตลาดของกาแลนท์ วีอาร์4 ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา ล้อทั้งสี่เลี้ยวได้ ช่วงล่างอิสระสี่ล้อ และเบรกเอบีเอสทั้งสี่ล้อ เรียกว่าครบครันสมบูรณ์แบบระบบหัวฉีดตรงเข้าสู่ห้องเผาไหม้หรือไดเรคอินเจคชั่นคือระบบมาตรฐานในรถพรีเมียมปัจจุบัน แต่มิตซูบิชิเป็นเจ้ารายที่นำ

เทคโนโลยีนี้มาสู่รถกระแสหลักด้วยเครื่องยนต์ “จีดีไอ”เรโนลต์ภาคภูมิใจที่ได้นำเสนอรถเอ็มพีวีเจ้าแรกในตลาดในชื่อ อีสเปซ แต่ใครจะรู้ว่าก่อนหน้าที่อีสเปซจะทำตลาดหนึ่งปี มิตซูบิชิได้จัดจำหน่ายชาริออตในปี 1983 แถมยังมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออีกต่างหากความนิยมในรถเอสยูวีในปัจจุบันส่วนหนึ่งมาจากความยอดเยี่ยมของมิตซูบิชิ ปาเจโร่ ถึงแม้อีซูซุจะทำตลาดทรูปเปอร์ ขับเคลื่อนสี่ล้อก่อน แต่ก็มีเพียงรุ่น 2 ประตูเท่านั้นซึ่งไม่เหมาะสำหรับการใช้งานของครอบครัว ขณะที่เรนจ์โรเวอร์ก็มีราคาแพงเกินไป มิตซูบิชิ

ปาเจโร่จึงเป็นรถเอสยูวีสำหรับมวลชนอย่างแท้จริง แถมยังทำให้ลูกค้าในสมัยนั้นได้สัมผัสความอเนกประสงค์ของตัวรถที่รองรับการใช้งานทุกรูปแบบและให้ความสะดวกสบายสำหรับทุกคนในครอบครัวคนยุคเจนเอ็กซ์ (40 ปีขึ้นไป) หรือแม้แต่เจนวายในช่วงต้นๆ (30 – 40 ปี) น่าจะคุ้นเคยกับสติกเกอร์ “Ralliart” ชื่อเสียงจากสนามแข่งแรลลี่โลกและดาการ์ รถเอสยูวีปาเจโร่ที่ทนทานสมบุกสมบัน ไปจนถึงรถสปอร์ตซีดานตระกูลอีโวลูชั่นอย่างไรก็ตาม ในช่วงสองทศวรรษหลังสุดไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีสำหรับมิตซูบิชิ มอเตอร์ส

เท่าใดนัก เนื่องจากประสบปัญหาด้านยอดขายที่ถดถอย และตกเป็นข่าวบิดเบือนความประหยัดน้ำมันในตลาดบ้านเกิด กระทั่งถูกนิสสันเข้าเทคโอเวอร์ในทีสุดและเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มพันธมิตรเรโนลต์-นิสสัน อัลลายแอนซ์ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าอนาคตที่สดใสของมิตซูบิชิคือการพัฒนารถกระบะ ซึ่งคาดว่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทางนิสสันต้องการเข้าครอบครองกิจการเพื่อที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้ทั้งสองฝ่ายแฟนๆ มิตซูบิชิหลายคนก็ได้แต่หวังว่า ศตวรรษต่อไปของมิตซูบิชิจะเติบโตและเข้มแข็งมากขึ้น