รถเฟอร์รารี่ (Ferrari)

เฟอร์รารี่ (Ferrari) เปิดประวัติตำนานรถที่เร็วที่สุดในโลก จากที่โรงงานโดน ร ะเ บิ ด จาก  ส ง ค  ร  า มโลกสู่การสร้างรถสปอร์ตหรูชั้นนำระดับโลก

 

เปิดประวัติ Ferrari ที่มาของคำว่า “ม้าลำพอง” หากคุณนึกถึงเรื่องของ “ความเร็ว” ในวงการยานยนต์แล้วละก็ หลายท่านคงต้องนึกถึง เฟอร์รารี่ (Ferrari) โผล่ขึ้นมาเป็นชื่อแรก ๆ ในหัวของคุณอย่างแน่นอน ซึ่งเชื่อได้อย่างยิ่งว่าผู้อ่านหลายท่านคงไม่มีใคร ที่ไม่รู้จักแบรนด์สุดโด่งดังนี้อย่างแน่นอน ซึ่งเป็น

แบรนด์สปอร์ตคาร์เก่าแก่จากประเทศอิตาลี เป็นผู้ผลิตรถยนต์กำลังสูง ที่นับเป็นรถในฝันของใครหลาย ๆ คนตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันเอ็นโซ เฟอร์รารี (Enzo Ferrari)Ferrari ก่อตั้งขึ้นโดยนาย เอ็นโซ เฟอร์รารี่ (Enzo Ferrari) เกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 1898 เป็นชาวเมืองโมเดนา

ประเทศอิตาลี เอ็นโซเป็นลูกชายคนสุดท้องของครอบครัว โดยพ่อของเขาทำธุรกิจผลิตอะไหล่เครื่องจักร (Spare Part) ที่สร้างจากเหล็กกล้าจนกระทั่งเมื่อเขาอายุ 10 ขวบ พ่อได้พาเอ็นโซไปดูการแข่งรถ ในตัวเมืองโบโลญญา และนั่นทำให้ตัวเอ็นโซเองเกิดแรงบันดาลใจขึ้นมาว่า โตขึ้นมาอยากจะเป็นนักแข่งรถให้ได้ แต่

โชคชะตาก็ไม่ได้ยืนอยู่ข้างเขาเท่าไหร่นัก ใน 6 ปีต่อมา ชีวิตของเอ็นโซในวัย 16 ปี ก็ได้เข้าสู่จุดพลิกผันอันเนื่องมาจากสง คร ามโลกครั้งที่ 1 ได้ประทุขึ้น ทั้งพ่อ พี่ชาย และตัวเขาต้องเข้าร่วมกองทัพเพื่อออกรบระทั่งในอีก 2 ปี ให้หลัง พ่อและพี่ชายของเขาก็เสียชีวิตลงจากสง คร ามครั้งนี้ ทำให้ธุรกิจของพ่อได้ปิดตัวลง

ไป เหตุการณ์นี้ จึงเป็นสิ่งขับเคลื่อนให้เอ็นโซต้องออกหางานทำเองหลังปลดประจำการจากกองทัพ เขาจึงตัดสินใจเดินตามความฝันในวัยเด็กด้วยการหางานทำในบริษัทรถยนต์ให้ได้ เพื่อสานฝันในวัยเด็กส่วนตัวของเขาเองจนกระทั่ง ปี ค.ศ. 1919 เอ็นโซได้งานเป็น “ตำแหน่งนักขับทดสอบรถ” กับบริษัทผลิตรถยนต์

C.M.N ซึ่งบริษัทตั้งอยู่ในเมืองมิลาน และด้วยความเป็นช่างยนต์ของเอ็นโซ เขาได้ฉายแววออกมาหลังจากที่เขาได้นำชิ้นส่วนของรถบรรทุกมาสร้างเป็นรถคันเล็กได้ เขาสร้างชื่อเสียงในสายการทำงานของเขาได้อย่างดี แต่ก็ยังมีความใฝ่ฝันด้านนักแข่งที่ยังอยู่กับตัวเอง และนั่นทำให้เขาขอเป็นนักแข่งให้กับทางบริษัท C.M.Nจากนั้นเอ็นโซก็ได้เลื่อนขั้น และกลายเป็นนักแข่งให้กับบริษัทตามที่เขาได้ใฝ่ฝันไว้ โดยเป็นการแข่งขันขับรถไต่เขา และเอ็นโซก็สามารถคว้าอันดับ 4 มาได้ในสนามแรกที่ลงแข่ง ต่อมาใน ปี ค.ศ. 1920 อัลฟา โรเมโอ (Alfa Romeo) ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอิตาลีชื่อดังในขณะนั้น ได้ดึงตัวเอ็นโซมาร่วมทีมในฐานะ

นักแข่งรถหลังจากเห็นแววในตัวเขา พร้อมกับควบตำแหน่งช่างเครื่องยนต์ไปในตัวด้วยหลังผ่านการแข่งขันมาหลายสนาม ได้เกิดจุดเปลี่ยนขึ้นกับเอ็นโซขึ้นอีกครั้งใน ปี ค.ศ. 1925 เมื่อ อันโตนิโอ แอสตารี (Antonio Ascari) เพื่อนนักแข่งที่เขาดึงตัวเอ็นโซเข้าทีมได้เสียชีวิตลง จึงทำให้เอ็นโซเริ่มไม่มีกระจิตกระใจที่จะแข่งขันต่อ ประจวบเหมาะกับการที่ลูกชายของเขาลืมตาขึ้นมาดูโลกเมื่อ ปี ค.ศ. 1932 ก็ทำให้เอ็นโซตัดสินใจวางพวงมาลัยที่เขารัก และได้หันมาโฟกัสกับการบริหาร และพัฒนาเครื่องยนต์อยู่ในโรงงานแทนแต่ถ้าหากย้อนกลับไป เอ็นโซเคยสร้างทีม “Scuderia Ferrari” ขึ้นมาใน ปี ค.ศ. 1929 เพื่อลงแข่งขัน

ให้กับ อัลฟา โรเมโอ (Alfa Romeo) ในการแข่งขันทุกรายการที่มี และเริ่มพัฒนารถยนต์ขึ้นมาภายใต้ชื่อแบรนด์ Alfa Romeo ไปพร้อม ๆ กันกับการสร้างทีม Scuderia Ferrari ที่ดึงตัวนักแข่งชั้นนำแถวหน้าในขณะนั้นมาร่วมทีม และพวกเขาก็สามารถคว้าแชมป์สร้างชื่อเสียงให้กับทีมได้มากมาย จนกระทั่งเมื่อ ปี ค.ศ. 1937 อัลฟา โรเมโอ ได้ทำการตั้งแผนกแข่งรถขึ้นโดยใช้ชื่อบริษัททำให้ทีม Scuderia Ferrari ถูกยุบไป แต่ตัวเอ็นโซ เฟอร์รารี่ ไม่ได้ถูกจ้างออกไปด้วย เนื่องจากเขาอยู่ในสถานะผู้จัดการทีมแข่งรถ “Alfa Romeo” แต่ในเวลาต่อมาเอ็นโซดันเกิดปัญหาไม่ลงรอยกับทั้งผู้บริหารที่เป็นลูกชายของผู้ก่อตั้งคือ

อัลฟา โรเมโอ และทีมวิศวรกร ทำให้เอ็นโซได้ตัดสินใจแยกทางกับบริษัทใน ปี ค.ศ. 1939 โดยมีข้อตกลงว่า เอ็นโซจะไม่ใช่สามารถลงแข่ง หรือผลิตรถยนต์โดยใช้ชื่อ Ferrari ไปอย่างน้อย 4 ปีจากนั้นอีก 10 ปีต่อมา เอ็นโซ เฟอร์รารี่ จึงได้ก่อตั้งบริษัท Ferrari ขึ้นเพื่อผลิตรถยนต์ในลักษณะ Motor Sport ภายใต้ Brand Ferrari ของเขาเอง แต่หลังจากที่ตั้งได้ไม่นานก็ได้เกิดสง คร ามโลกขึ้น จึงส่งผลกระทบให้โรงงานของ Ferrari ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากจากการถูกทิ้ งระ เบิด พอสง คร ามสงบลงเอ็นโซได้ทำการเปิดโรงงานใหม่อีกครั้งปี ค.ศ. 1946 Ferrari ได้กลับมาเปิดโรงงานผลิตรถยนต์อีกครั้ง

โดยยังคงเป้าหมายหลัก คือ ผลิตรถยนต์ประเภท Motor Sport เท่านั้น และใน ปี ค.ศ. 1969 เอ็นโซ เฟอร์รารี่ ได้ตัดสินใจขายหุ้น 50% ให้กับบริษัท Fiat ทำให้ Ferrari ต้องเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่ เป็น Ferrari S.P.A. Esercizio Fabbriche Automobili e Corseต่อมาใน ปี ค.ศ. 1988 บริษัท Fiat Group’s ได้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นของ Ferrari มากกว่า 90% โดยตระกูล Ferrari เหลือหุ้นที่เป็นของตนเองเพียง แค่ 10% เท่านั้น และตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1989 เป็นต้นมา Ferrari ก็เป็นที่รู้จักในชื่อของ บริษัท “Ferrari S.P.A.” และนักแข่งชื่อดังอย่าง ไมเคิล ชูมัคเกอร์ (Michael

Schumacher) ก็ได้ใช้รถของ Ferrari แข่งใน Formula 1 ในช่วงนั้นอีกด้วยในปัจจุบันกิจการของ Ferrari นั้นคือออกแบบและผลิตรถแข่ง เป็นจุดเริ่มต้นของรถสปอร์ต และทีมแข่งรถที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานมากว่า 4 ทศวรรษ กล่าวได้ว่า แทบไม่มีการแข่งรถรายการใดในยุโรปที่ Ferrari ไม่เคยชนะเลย โดย Ferrari ได้คว้าตำแหน่งแชมป์โลกผู้ผลิตมาแล้วรวมถึง 14 ครั้ง และยังคว้าแชมป์การแข่งเลอมังส์ 24 ชั่วโมง ได้อีก 9 ครั้ง ชนะเลิศการแข่งรถ Formula 1 ชิงแชมป์โลกรวมอยู่ที่ 103 ครั้ง! ครองตำแหน่งแชมป์โลกสำหรับผู้สร้างรถอยู่ที่ 6 สมัย และครองตำแหน่งแชมป์โลกนักขับรวม 8 สมัย ในวงการ

แข่งรถ Formula 1 ชิงแชมป์โลกอีกด้วยเครื่องหมายการค้าที่โด่งดังของ Ferrariในส่วนโลโก้ของ Ferrari มาจาก ม้าดำนำโชค โดย เอ็นโซ เฟอร์รารี ได้เล่าถึงที่มาของโลโก้ว่า เขาได้พบกับ เอ็นริโก้ บารัคคา (Enrico Baracca) ซึ่งเป็นวีรบุรุษนักบินแห่งส ง คร ามโลกครั้งที่ 1 โดย เอ็นริโก้ บารัคคา (Enrico Baracca) มีสัญลักษณ์รูปม้านี้อยู่บนตัวถังเครื่องบินของเขาอย่างเด่นชัด พ่อของ เอ็นโซ ว่าให้ใช้รูปม้าดำนี้ใส่ไว้บนรถ แล้วมันจะนำมาซึ่งความโชคดี ทางบริษัท Ferrari จึงใช้ม้าเป็นสีดำอยู่กลางโลโก้ ใช้สีเหลืองเป็นพื้นหลัง และใส่สีของธงชาติอิตาลีด้านบน มีความลงตัวจนกลายเป็นโลโก้รถหรู Ferrari

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาพื้นสีเหลือง หมายถึง สีประจำเมืองโมเดนา (Modena) ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งของบริษัทเฟร์รารี่รูปม้ากำลังพยศ หมายถึง เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของ เอ็นริโก้ บารัคคา (Enrico Baracca) คือ เสืออากาศสมัยส  งค ร ามโลกครั้งที่ 1แถบสี หมายถึง เขียว, ขาว, แดง ที่อยู่ด้านบนหมายถึงธงชาติประเทศอิตาลีไม่เพียงแค่ Scuderia Ferrari เป็นทีมแข่งขันที่เป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ แต่ในปัจจุบันทีมนี้ก็ยังคงโลดแล่นอยู่ใน Formula 1 กีฬามอเตอร์สปอร์ตที่ถูกยกย่องว่าเป็นทีมที่ดีที่สุดเช่นเดิม จนตอนนี้ทีมสามารถกวาดแชมป์ใน Formula 1 ได้มากมายหลายอย่างนับตั้งแต่เริ่มลงแข่งขันเมื่อ ปี ค.ศ. 1950 และยังคงความเป็นทีมระดับท็อปสุดมาได้จนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่า สมกับที่ได้รับการขนานนามว่ารถสปอร์ตอันดับต้นของโลก