X

เปลี่ยน ข ย ะ ให้เป็น เ งิ น ใครๆก็รวยได้ แค่มองต่างอย่างสร้างสรรค์

แบรนด์ SACKITEM รีไซเคิลแบรนด์ไทย ดีไซน์มาจากถุงปูน ที่ช่วยล ด ข ย ะได้ปีละ 4-5 ตัน

SACKITEM Upcycle Bag คือแบรนด์แฟชั่นที่ก่อตั้งโดยผู้ชายคนนี้ “คุณเฟิส ธนารักษ์ วรฤทธานนท์” ผู้ชายที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ เขาไม่ได้เรียนจบด้านการออกแบบใดๆ แต่ได้ ค ลุ ก ค ลี กับงานแฟชั่นมาตั้งแต่คุณพ่อทำแบรนด์เสื้อผ้า

จนเขาได้มาทำแบรนด์เสื้อผ้า และแบรนด์ยีนส์ของตัวเอง จนได้มาเจอว่าชอบแฟชั่นกระเป๋าที่สุด แต่กระเป๋าที่คุณเฟิร์ส์ท์อยากทำออกมา กลับไม่ธรรมดา ไม่ใช่กระเป๋าหนัง กระเป๋าผ้าใดๆ แต่เป็นกระเป๋าที่ทำมาจากวัสดุรีไซเคิล ตัวเอกคือถุงปูนที่ใช้แล้ว

โดยเจ้าของแบรนด์นเริ่มจากครอบครัว ล้ ม ล ะ ล า ย ชีวิตต้อง เ ร่ ร อ น ไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด ต้อง อ ด ท น เพราะ ทุ ก ความย า ก ลำ บ า ก มันคือการเรียนรู้ที่จะหล่อหลอมให้กลายเป็นคนที่เข้มแข็ง เป็นแรงผลักดันให้มีชีวิตที่ดีขึ้นและนำหน้าคนอื่นไปได้

คุณเฟิส ธนารักษ์ วรฤทธานนท์ ปิ๊งไอเดียเรื่องการทำกระเป๋า ข า ย  โดยได้ไอเดียมาจากการ แ ย ก ข ย ะ ทำให้มองเห็นโอกาสว่าข ย ะ อย่างเช่น พลาสติก ที่คน ทิ้ ง มองไม่เห็นค่า นำมาใช้เป็นวัสดุตั ด เ ย็ บ ได้ เป็นการเปลี่ยน ข ย ะ ให้เป็น เ งิ น

โดยเริ่มจากถุงกระสอบข้าว ส า ร มา เ ย็ บ เป็นกระเป๋า ซึ่งแต่ละขั้นตอนในการทำนั้นไม่ง่ายเลย ต้องหาข้อมู ลวิ จั ย เรื่องความทนทาน และการรับน้ำหนักของวัสดุถุงกระสอบข้าวสาร พร้อมกับต้องหาแหล่งวัสดุเพื่อเอามาตัด เ ย็ บ

SACKITEM กลายเป็นแบรนด์อัพไซเคิลเจ้าแรกๆในเมืองไทยที่วันนี้ไม่ได้เป็นที่รู้จักแค่ในประเทศแต่ยังดังไกลไปถึงต่างแดน

ซึ่งปัจจุบันสินค้าแฟชั่นของ SACKITEM เป็นที่สนใจจากลูกค้าชาวจีน เกาหลี ญี่ปุ่น โดยที่ญี่ปุ่นมีการเซ็ น สั ญ ญ า เป็นตัวแทนข า ย สินค้าของ SACKITEM อย่างเป็นทางการ

จิตสำนึกนี้เองทำให้คุณเฟิสต่อยอด เพื่อให้คนรุ่นหลังได้นำไอเดียไปต่อยอดด้วยเหมือนกัน เกิดเป็นแล็บเพื่อการเรียนรู้ที่นครนายก จุดมุ่งหมายก็เพื่อให้คนได้มาเรียนรู้ ได้มาดูว่า ข ย ะ สามารถพัฒนาเป็นงานแฟชั่นได้จริงๆ

คุณเฟิสเล่าด้วยรอยยิ้มอีกว่า “ตอนนี้คิดทุกวันว่าในเมื่อเราอยู่ในจุดนี้ เราเอา ข ย ะ มาทำเป็นของใหม่ได้แล้ว ก็เลยอยากให้ลูกค้ากล้าใช้ ข ย ะ ให้เป็นแฟชั่น

พยายามทำให้คนทั่วไปห ยิ บ ข ย ะ มาใช้ แล้วมีคนถือกระเป๋าเราไปต่างประเทศทั่วโลกแล้ว คนไทยก็เริ่มเห็นใช้กันเยอะขึ้นด้วย”

ปัจจุบันมี ข ย ะ จากการอุปโภค บริโภค เพิ่มสูงขึ้นทุกปี จากรายงานสถานการณ์ ข ย ะ มู ล ฝ อ ย ชุมชนของประเทศไทย

ในปี พ.ศ.2559 พบว่ามี ข ย ะ รวมกันทั้งประเทศ สูงถึง 27.06 ล้านตัน คิดเป็น 74,130 ตันต่อวัน เฉลี่ยเป็นปริมาณ ข ย ะ  1.14 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน ยังไม่รวม ข ย ะ ตกค้างสะสมที่มีไม่ต่ำกว่าปีละ 10 ล้านตัน !!

ซึ่งเป้าหมายของ SACKITEM ในวันนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องของการทำกำ ไ ร ได้เป็นกอบเป็นกำแต่คือการสร้างการรับรู้ใหม่ๆให้คนทั่วไปกล้าใช้ ข ย ะ ในรูปแบบของแฟชั่น ก ล้ า ใส่ กล้าถือ รวมถึงต้องการเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่หยิบจับ ข ย ะ มาทำให้เกิดประโยชน์ให้มากกว่าที่เป็นในวันนี้

เรียกว่าเป็นชายหนุ่มที่มองขา ด ม ากๆนะคะ นอกจากจะ ล ด ปริมาณข ย ะ ลงแล้ว แต่สิ่งที่ได้มากกว่านั้น ก็คือการสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ จากสิ่งที่คิดว่าเป็นของที่ไม่มีประโยชน์ ปัจจุบันนี้ แบรนด์ SACKITEM เป็นที่นิมยมเป็นอย่างมากทั้งไทยและในต่างประเทศ