X

Lynsi Snyder ทายาทรุ่นที่ 3 ราชินีเบอร์เกอร์ In-N-Out Burger

Lynsi Snyder ทายาทรุ่นที่ 3 ราชินีเบอร์เกอร์ In-N-Out Burger

มีคำเปรียบเปรยว่าการ สื  บ ท อ ด ธุ ร กิ จ  ครอบครัวก็เหมือนกับ “การวิ่ง ผ ลั ด ” ผู้ก่อตั้ง ธุ ร กิ จ คือผู้วิ่งลำดับที่ 1 ก่อนจะส่งไม้ผลัดไปยังผู้วิ่งลำดับที่ 2 และ 3 โดยไม่ทำให้หลุดร่ ว ง  หรือ สู ญ เ สี ย ตำแหน่งการนำ ซึ่งการส่งต่อ ธุ ร กิ จ รุ่นต่อรุ่นก็เช่นเดียวกัน

จึงอยากแนะนำให้รู้จักกับคุณ Lynsi Snyder (ลินซีย์ สไนเดอร์) ทายาทรุ่นที่ 3 ผู้อยู่เบื้องหลัง In-N-Out Burger แบรนด์ฟาสต์ฟูดยอดนิยม ที่หลาย ๆ คน อยากให้มาเปิดในประเทศไทย ที่น่าสนใจคือ เธอยังเป็น ท า ย า ท สายตรงของผู้ก่อตั้ง ที่ได้รับของขวัญวันเกิดปีที่ 30

เป็นหุ้นใน In-N-Out Burger 50% พร้อมขึ้นแท่นมหา เ ศ ร ษ ฐี หญิงที่อายุน้อยที่สุดในโลก ในปี 2017 แล้วเรื่องราวของคุณ Lynsi Snyder มีความเป็นมาอย่างไร ?   ถ้าพูดถึงแบรนด์ฟาสต์ฟูดชื่อดังในสหรัฐอเมริกา ที่ขึ้นชื่อในแง่ความอร่อยเหนือเชนร้านฟาสต์ฟูดทั่วไป และมักจะถูกนำมารีวิว  เ ป รี ยบ เที ย บ กันอยู่บ่อยครั้ง

คงหนีไม่พ้น 3 แบรนด์อย่าง Five Guys, Shake Shack และ In-N-Out Burger ที่เรากำลังจะกล่าวถึง In-N-Out Burger ก่อตั้งขึ้นในปี 1948 หรือ 73 ปีที่แล้ว ในเมืองบอลด์วินพาร์ก รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยคุณ Harry Snyder และคุณ Esther Snyder คู่สามีภรรยา ซึ่งเป็นคุณปู่และคุณย่าของคุณ Lynsi Snyder

จุดเริ่มต้นของ In-N-Out Burger คือ ร้านเบอร์เกอร์ ที่ให้บริการ Drive-Thru เป็นแห่งแรก ในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมีเป้าหมาย ในการเสิร์ฟ “อาหารที่สดใหม่และมีคุณภาพสูงสุด” ค ว บ คู่ไปกับ “การให้บริการที่เป็นมิตรในสภาพแวดล้อมที่สะอาด” หลังจากที่ปู่ของคุณ Lynsi Snyder เสียชีวิต แบรนด์จึงอยู่ภายใต้การบริหารของทายาทรุ่นที่ 2 อย่างคุณ Rich Snyder ผู้มีศักดิ์เป็นลุงของเธอ

ซึ่ง In-N-Out Burger ก็ได้เติบโตอย่างรวดเร็ว ขยาย ธุ ร กิ จ  ถึง 93 สาขา แต่แล้ว คุณ Rich Snyder กลับ ป ร ะ ส บ อุ บั ติ เ หตุ    เ  สี ย ชี วิ ต จากเหตุเครื่องบินตกในปี 1993 ด้วยวัย 41 ปี ต่อมา คุณ Guy Snyder พ่อของเธอจึงขึ้นมารับช่วงต่อ และขยาย ธุ ร กิ จ เพิ่มเป็น 140 สาขา

น่าเศร้าที่ในปี 1999 เขาก็เ สี ย ชีวิ ต ลงอย่าง ก ะ  ทั  น  หั  น  เช่นเดียวกัน จากการใช้ยาเกินขนาด ในวัย 48 ปี ดังนั้น คุณ Lynsi Snyder ในวัยเพียง 17 ปี จึงกลายเป็นทายาทคนเดียวของบริษัท การเ สี ย ชี วิ ต ก่อนวัยอันควรของท า ย า ท ทั้งสอง ทำให้คุณ Esther Snyder ที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง และคุณย่าของคุณ Lynsi Snyder ต้องเข้ามาดูแ ล กิ จ ก า ร  ซึ่งเธอก็สามารถขยาย ธุ ร กิ จ  ออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา รวมเป็นกว่า 200 สาขา

ซึ่งระหว่างนั้น คุณ Lynsi Snyder ก็ได้หมุนเวียนไปศึกษาตามแผนกต่าง ๆ และทำความคุ้นเคยกับการดำเนินงานภายใต้การดูแลของคุณย่าของเธอ จนกระทั่งปี 2006 คุณ Esther Snyder ได้เสียชีวิตลงในวัย 86 ปี ตำแหน่งประธานบริษัทจึงถูกส่งต่อ ให้รองประธานบริษัทอย่างคุณ Mark Taylor ผู้ที่มีความผูกพันกับตระกูล Snyder

ต่อมาคุณ Mark Taylor ก็ได้ส่งตำแหน่งประธานบริษัทคืนให้แก่คุณ Lynsi Snyder ทายาทสายตรงรุ่นที่ 3 ให้ขึ้นเป็นประธานคนที่ 6 ของ In-N-Out Burger ในวันที่ 1 มกราคม 2010 หลังจากได้รับการแต่งตั้ง ในวันเกิดครบรอบ 30 ปี คุณ Lynsi Snyder ได้รับหุ้นจากส่วนแบ่งของบิดา เป็นจำนวน 50% ของบริษัท In-N-Out Burger ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

และคุณ Lynsi Snyder ก็ได้รับส่วนแบ่งการเป็นเจ้าของร้านเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามกระบวนการจัดการทรัพย์สินที่ซับซ้อนของคุณปู่และคุณย่าของเธอ จนกระทั่งวันเกิดปีที่ 35 คุณ Lynsi Snyder ได้รับมรดกส่วนสุดท้ายเป็นสัดส่วนหุ้นใน In-N-Out Burger  ทำให้ตอนนี้สัดส่วนหุ้นที่เธอถือครอง เพิ่มขึ้นเป็น 97% และได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการเป็นมหาเศรษฐีหญิงที่อายุน้อยที่สุด

จากความมั่งคั่งที่เกิดขึ้น ด้วยมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 42,980 ล้านบาท ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2010 ที่คุณ Lynsi Snyder เข้ามาบริหาร In-N-Out Burger ตามรายงานในปี 2017 เผยว่า แบรนด์ได้เปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 320 สาขา มากไปกว่านั้น ยังขยาย ธุ ร กิ จ ไปยังหลาย ๆ ภูมิภาค นอกฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก

ขณะที่รายได้โดยประมาณต่อปี เพิ่มขึ้น 57% มาอยู่ที่ 28,800 ล้าน บ า ท  อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนก็คงสงสัยแล้วว่ อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ In-N-Out Burger ประสบความสำเร็จตั้งแต่รุ่นก่อน ๆ สิ่งแรกที่ In-N-Out Burger คำนึงก็คือ “คุณภาพอาหาร”

In-N-Out Burger มีเมนูเบอร์เกอร์เพียง 3 รายการ ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบได้ทั้งหมด ซึ่งจะใช้วัตถุดิบสดใหม่ ส่งตรงจากฟาร์ม ไม่ใช้การแช่แข็ง หรือระบบอุ่นร้อนอย่างร้านฟาสต์ฟูดทั่วไป ประกอบกับการที่ร้าน In-N-Out Burger ส่วนใหญ่ ตั้งอยู่ในฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา

ซึ่งผลผลิตส่วนใหญ่ถูกส่งมาจากฟาร์มในแคลิฟอร์เนีย และมีซัปพลายเออร์หลักตั้งอยู่ในลอสแอนเจลิส ทำให้สามารถรักษากระบวนการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงได้ ประเด็นต่อมาคือ “การบริการ” การบริการที่เป็นมิตรและใส่ใจ ก็เป็นเอกลักษณ์ของพนักงาน In-N-Out Burger ที่ทำให้ลูกค้าประทับใจ โดยมีการตกแต่งในสไตล์ย้อนยุค ใช้โทนสีขาว แดง และเหลือง สีสัญลักษณ์ของแบรนด์

รวมถึงครัวแบบเปิด ให้ลูกค้าได้เห็นการทำอาหาร สร้างบรรยากาศความเป็นครอบครัว นอกจากนั้น ยังมีเรื่องของ “ความคุ้มค่า” เนื่องจากราคาสินค้าของ In-N-Out Burger จะต่ำกว่าเมื่อเทียบกับฟาสต์ฟูดรายอื่น โดยเบอร์เกอร์มีราคาเริ่มต้นที่ 2.1 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 70 บาทเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม In-N-Out Burger ภายใต้การดูแลของคุณ Lynsi Snyder แทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปจากรุ่นก่อนนัก คือไม่มีการเปิดขายแฟรนไชส์ เพื่อรักษาให้เป็น ธุ ร กิ จ  ของครอบครัว แม้ว่าปัจจุบันจะมีสาขาทั้งในสหรัฐอเมริกาและอีกหลายประเท และยังคงนำเสนอเมนูเรียบง่ายไม่กี่เมนู ไม่ว่าจะเป็น เบอร์เกอร์, เครื่องดื่มโซดาและมิลก์เชก, มันฝรั่งทอด รวมไปถึงเมนูลับ ด้วยสูตรดั้งเดิมของครอบครัว

อีกทั้งยังรักษาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์แช่แข็ง การบรรจุล่วงหน้า หรือการอุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟ จะถือเป็นสิ่งต้องห้ามของร้านเลยก็ว่าได้ สรุปได้ว่าการมุ่งเน้นอย่างชัดเจนในด้านคุณภาพและบริการ อาจเป็นสูตรลับใน ธุ ร กิ จ ของ In-N-Out Burger ที่ครองใจลูกค้ามารุ่นต่อรุ่น

ปัจจุบัน In-N-Out Burger ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีผู้ที่ชื่นชอบในตัวแบรนด์จำนวนมากถึงขั้นมีสินค้าที่ระลึกจำหน่ายภายในร้าน ซึ่งชื่อของคุณ Lynsi Snyder ก็ได้กลายเป็นหนึ่งในชื่อที่เป็นที่รู้จักในอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลก และแม้ว่า ธุ ร กิ จ จะเริ่มต้นโดยคุณปู่และคุณย่า แต่เธอได้พิสูจน์แล้วว่าภายใต้การบริหารของทายาทรุ่นที่ 3 ที่ไม่เพียงรักษา ธุ ร กิ จ  ให้อยู่รอด แต่ยังสามารถต่อยอดธุ ร กิ จ ของครอบครัวขึ้นไปอีกขั้น..