Glow Recipe สกินแคร์เกาหลี ที่เติบโตในสหรัฐอเมริกา

Glow Recipe สกินแคร์เกาหลี ที่เติบโตในสหรัฐอเมริกา

“เกาหลีใต้” นับเป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถเผยแพร่วัฒนธรรมไปได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะด้านความบันเทิง อย่าง เพลงเคป็อป, ซีรีส์ ไปจนถึงทีวีโชว์ และอีกเรื่องที่โด่งดัง ไม่ แ พ้ กันก็คือ เทรนด์ความงามฉบับเกาหลี หรือที่รู้จักกันใน “K-Beauty” นั่นเอง

ถึงแม้ว่าเทรนด์ K-Beauty จะกำลังมาแรง แต่สำหรับในประเทศฝั่งตะวันตก ก็ยังถือเป็นโจทย์หินสำหรับธุรกิจความงามเกาหลีอยู่ อย่างในกรณีของ Amorepacific บริษัทความงามรายใหญ่อันดับต้น ๆ ของเกาหลีใต้ ก็ยังมีสัดส่วนรายได้นอกเอเชียเพียงแค่ 2.2% จากรายได้ทั้งหมด

และยิ่งถ้าหากเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีแบรนด์เจ้าตลาดหน้าเดิม ๆ อยู่แล้ว ประกอบกับเรื่องของ “สไตล์” การแต่งหน้าที่คนนิยม ก็ยังดูแตกต่างจากฝั่งเกาหลีกันคนละขั้ว ทั้งหมดนี้ทำให้การเข้าไปบุกตลาดในสหรัฐอเมริกา ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเครื่องสำอางเกาหลีเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม กลับมีแบรนด์สาย K-Beauty อย่าง “Glow Recipe” ที่ฝันใหญ่ และอยากจะทำให้สกินแคร์เกาหลี ไปเติบโตในประเทศฝั่งตะวันตกได้ และในวันนี้ Glow Recipe ก็ดูจะกำลังไปได้ดีกับเส้นทางที่เลือก ที่สำคัญคือ แบรนด์นี้ไม่ได้เป็นผลงานของบริษัทยักษ์ใหญ่

แต่เกิดขึ้นโดยหญิงสาวชาวเกาหลี 2 คนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา.. Glow Recipe ก่อตั้งโดยคุณ Christine Chang และคุณ Sarah Lee ซึ่งทั้งคู่รู้จักกันตอนที่กำลังทำงานอยู่ในบริษัท L’Oréal ประเทศเกาหลีใต้ ก่อนที่จะได้ย้ายมาทำงานอยู่ใน L’Oréal ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยกัน

ที่น่าสนใจคือ พวกเธอเป็นพนักงานเกาหลีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่ได้ทำงานอยู่ในตำแหน่งนักการตลาดระดับสูงของบริษัท และด้วยความที่พวกเธอทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมความงามในสหรัฐอเมริกา ผนวกกับพวกเธอเองก็เป็นชาวเกาหลี ทำให้พวกเธอมองเห็นโอกาสในตัวสินค้าความงามของเกาหลี

แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ว่าทุกแบรนด์ของเกาหลีจะสามารถขยายไปสู่ระดับโลกได้ ทำให้ในปี 2014 พวกเธอตัดสินใจลาออกจากบริษัท L’Oréal และก่อตั้ง Glow Recipe ขึ้น ซึ่งในตอนนั้น Glow Recipe ยังไม่ได้มีสถานะเป็นแบรนด์สกินแคร์อย่างในปัจจุบัน

แต่จะอยู่ในรูปแบบของ แพลตฟอร์มที่เป็นตัวกลางให้กับแบรนด์ความงามเกาหลีรายย่อย สามารถมาวางขายสินค้าในสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นการลดช่องว่างให้กับแบรนด์เกาหลีในตลาดสหรัฐฯ แต่ด้วยความที่ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตแบบ 2 วัฒนธรรมระหว่างเอเชียและตะวันตก ทำให้พวกเธอมองเห็นศักยภาพของธุรกิจความงามแบบเกาหลี ทั้งคู่จึงเปลี่ยนเส้นทางจากการเป็นตัวกลาง มาเป็นการสร้างแบรนด์ของตัวเองแทน และสกินแคร์แบรนด์ Glow Recipe ก็ถือกำเนิดขึ้น..

โดยในตอนแรกที่คุณ Christine Chang และคุณ Sarah Lee เริ่มหันมาทำแบรนด์สกินแคร์ของตัวเอง ทั้งคู่ก็เคยมีโอกาสได้ไปออกรายการ Shark Tank ในปี 2015 เพื่อหาเงินในการลงทุนสำหรับธุรกิจ ซึ่งแม้ว่า Glow Recipe จะผ่านการคัดเลือกในรายการแล้ว แต่สุดท้ายพวกเธอก็ไม่ได้ร่วมลงทุนกับกรรมการอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม การไปออกรายการในครั้งนั้นก็ช่วยให้พวกเธอทั้งคู่ได้รับคำแนะนำดี ๆ จากเหล่ากรรมการ และนำมาพัฒนาแบรนด์ของตัวเองต่อในภายหลัง จนในปี 2017 สกินแคร์ของ Glow Recipe ก็เปิดตัวออกมาให้ทุกคนได้ประจักษ์ โดยสินค้าตัวแรกของ Glow Recipe คือ “มาสก์หน้าแตงโม” ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากคุณยาย ที่เคยเอาไวน์จากแตงโมมาพอกหน้า เพื่อลดอาการแสบร้อนผิวในช่วงหน้าร้อนที่เกาหลีใต้นั่นเอง

แล้วสกินแคร์ของ Glow Recipe มีจุดเด่นตรงไหน ทำไมจึงกลายเป็นที่โด่งดังในตลาดสหรัฐฯ ? อย่างแรกคือ นวัตกรรมแบบเกาหลี ที่ยังไม่ค่อยมีให้พบเห็นในสกินแคร์ฝั่งตะวันตก เช่น เนื้อสัมผัสแบบเจลลีเด้งดึ๋ง ที่สามารถคืนตัวได้หลังใช้งาน หรือกลิ่นของสกินแคร์

ที่คล้ายกับผลไม้จริงมาก ๆ รวมถึงเอฟเฟกต์ผลลัพธ์ที่สามารถมองเห็นได้ในข้ามคืน อย่างต่อมาคือ ความสดใหม่ของแบรนด์ ที่มีการนำเอาบรรจุภัณฑ์ที่สีสันสดใสมานำเสนอ ซึ่งแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ที่มีอยู่ในท้องตลาดที่มักจะมีดีไซน์แบบเรียบ ๆ หรู ๆ ทำให้ความแตกต่างนี้ ช่วยดึงดูดสายตาของคนที่ผ่านไปมาได้อย่างดี

อีกด้านหนึ่งคือ สิ่งที่แบรนด์ Glow Recipe อยากจะสื่อสารออกมา ก็คือ “ความสุนทรีย์” หลายคนที่ไม่ชอบทาสกินแคร์บนหน้า อาจจะเป็นเพราะภาพจำเดิม ๆ ที่เคยมีในอดีต เช่น ครีมที่ไม่มีสารเคมีต้องไม่มีกลิ่น หรือมีกลิ่นยา ในขณะเดียวกันก็อาจมีสัมผัส แบบเหนียวหนึบหน้า ตื่นมาแล้วหน้ามันเป็นเงา ซึ่งทำให้บางคนก็มองว่า ช่วงเวลาของการทาสกินแคร์เป็นเรื่อง “น่าเบื่อ”

และเรื่องนี้เองที่ Glow Recipe เข้ามาเปลี่ยนแปลงความ “น่าเบื่อ” ให้กลายเป็น “ความสนุก” สำหรับคนที่เคยไม่ชอบสกินแคร์เพียงแค่เพราะกลิ่นหรือสัมผัส เมื่อมาเจอกับ Glow Recipe ก็อาจจะทำให้มุมมองต่อสกินแคร์เปลี่ยนไป และตรงจุดนี้ก็อาจจะเป็นจุดหนึ่ง ที่ทำให้ Glow Recipe ประสบความสำเร็จ จนทำให้ตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ขึ้นมา ก็สามารถสร้างรายได้ไปได้ถึง 1,900 ล้าน บ า ท

ซึ่งเรื่องราวของ Glow Recipe ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะเป็นการทำสินค้าออกมาได้เหมาะสมกับจังหวะเวลาเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้ก่อตั้งทั้งสองที่มองเห็นว่าเทรนด์ความงามของเกาหลีกำลังเติบโต

ดังนั้นการทำสินค้ามารองรับเทรนด์ในสถานที่ที่ยังไม่ค่อยมีสินค้ามาตอบโจทย์ หรือมีการเข้าถึงของสินค้ายาก จึงส่งผลให้เมื่อเปิดตัว แบรนด์ก็กลายเป็นที่ยอมรับได้ไม่ยาก และจากเรื่องนี้จึงอาจพูดได้ว่าความสำเร็จไม่ใช่แค่สินค้าที่ดี นวัตกรรมที่เจ๋ง แต่การมาถึงของสินค้า และเทรนด์ที่ถูกที่ถูกเวลาก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน..
อ้างอิง longtungirl