X

Debbi Fields คุกกี้ อาณาจักร 15,500 ล้าน

Debbi Fields อาณาจักร 15,500 ล้าน

“Mrs. Fields” (มิสซิสฟิลด์) ซอฟต์คุกกี้โฮมเมด ที่บินมาไกลจากสหรัฐอเมริกา ที่น่าเ สี ย ด า ย คือ ในช่วงปี 2012 แบรนด์ซอฟต์คุกกี้นี้ เคยมีหน้าร้านจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้า ในประเทศไทย และคอยส่งกลิ่นหอมของเนยอุ่น ๆ ผสมกับแป้งและน้ำตาล อบอวลไปทั่วบริเวณ แต่สุดท้าย Mrs. Fields ต้องโบกมือลาประเทศไทยไปในปี 2016..

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแบรนด์นี้จะไม่สามารถไปต่อในตลาดประเทศไทย แต่สำหรับตลาดโลกแล้ว Mrs. Fields กลับประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงถึง 15,500 ล้าน บ า ท  ซึ่งความน่าสนใจของเรื่องนี้อยู่ที่ว่า จุดเริ่มต้นของอาณาจักรคุกกี้นี้ มาจากคุณ Debbi Fields แม่บ้านชาวอเมริกัน ที่ตั้งใจจะเปิดร้านขายคุกกี้โฮมเมดเล็ก ๆ เพียงเท่านั้น

ย้อนกลับไปที่วัยเด็กของคุณ Debbi Fields หรือชื่อเดิมว่าคุณ Debra Jane Sivyerเธอเติบโตขึ้นมาในครอบครัวชนชั้นแรงงาน มีคุณพ่อเป็นช่างเชื่อมให้กับกองทัพเรือสหรัฐฯ ขณะที่คุณแม่เป็นแม่บ้าน โดยคุณ Debbi มีความ ห ล ง ใ ห ล ในการอบคุกกี้ตั้งแต่เด็ก แต่ด้วยฐ า น ะ ทางการ เ งิ น ของครอบครัวที่ไม่สู้ดีนัก ทำให้เธอไม่สามารถซื้อวัตถุดิบคุณภาพสูงได้ เธอจึงเริ่มฝึกอบคุกกี้ด้วยส่วนผสมที่พอเข้าถึงได้ อย่าง มาร์การีน, ช็อกโกแลตเทียม และวานิลลาเทียม

ต่อมา เมื่ออายุ 13 ปี คุณ Debbi เลือกใช้เงินก้อนแรกจากการทำงานเป็นเด็กเก็บลูกเบสบอล ไปกับการซื้อส่วนผสมคุณภาพสูงอย่าง เนย, ช็อกโกแลตแท้ และสารสกัดวานิลลาแท้ เพื่ออบคุกกี้ที่เธอโปรดปราน โดยช่วงแรก เธออบคุกกี้ตามสูตร Toll House Cookie ที่พิมพ์ไว้ด้านหลังถุงคุกกี้ช็อกโกแลตชิปของ Nestlé แต่หลังจากนั้นก็เริ่มทดลองปรับสูตรทีละเล็กทีละน้อย จนได้สูตรคุกกี้ที่ลงตัว

นอกจากนี้ ในช่วงมัธยมปลาย เธอก็มักจะมอบคุกกี้รสชาติเข้มข้น เนื้อสัมผัสนุ่ม ที่เต็มไปด้วยช็อกโกแลต ให้เพื่อน ๆ และครอบครัว เพราะเธอชอบที่จะเห็นใบหน้าที่มีความสุขของพวกเขา จากคุกกี้แสนอร่อย หลังจากนั้น คุณ Debbi ได้เข้าเรียนที่วิทยาลัยชุมชนเป็นเวลา 2 ปี และเรื่องราวก็ผ่านพ้นไป จนกระทั่งเธออายุ 19 ปี คุณ Debbi ก็ได้พบรักและแต่งงานกับคุณ Randall Keith Fields นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด วัย 29 ปี

นับจากนั้นประมาณ 1 ปี ที่คุณ Debbi พยายามปรับตัวเข้ากับโลกของสามีในฐานะคู่สมรส แต่เธอกลับไม่เคยรู้สึกว่าได้รับการยอมรับจากเพื่อนของคุณ Randall เลย รวมถึงยังเคยถูกทำให้อับอายในงานเลี้ยงอาหารค่ำอีกด้วย พอเรื่องเป็นแบบนี้ คุณ Debbi จึงตัดสินใจได้ทันทีว่า การเป็นแม่บ้านอยู่ใต้เงาของสามีนั้น ไม่เพียงพออีกต่อไป รวมถึงตระหนักว่าเธอต้องการสร้างอาชีพที่จะสามารถเคารพตนเองได้ และจังหวะนั้นเอง แนวคิดธุรกิจจากสิ่งที่เธอรัก อย่าง “คุกกี้” จึงเกิดขึ้น

ซึ่งคุณ Randall ก็เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ แต่ลึก ๆ แล้วเขากลับไม่เชื่อว่าคุณ Debbi จะประสบความสำเร็จในโลก ธุ ร กิ จได้ เพราะเขาได้ทำวิจัยตลาดและพบว่า ผู้บริโภคชาวอเมริกัน ชอบคุกกี้กรุบกรอบเป็นอย่างมาก จึงกังวลว่าจะไม่มีคนซื้อคุกกี้ที่ทั้งนิ่มและมีขนาดใหญ่กว่าปกติ แถมยังต้อง ข า ย ใน ร า ค า ที่สูงกว่าตลาดถึงจะได้กำไร แต่ประสบการณ์ของคุณ Debbi ที่บอกว่าทุกคนชื่นชอบคุกกี้ของเธอ เธอจึงเชื่อมั่นและเดินหน้าตั้งใจเปิดร้านคุกกี้ให้ได้ ซึ่งแม้ว่าแผน ธุ ร กิ จ ของเธอจะถูกทุกธนาคารป ฏิ เ ส ธ  แต่เธอก็ไม่ ย อ ม แ พ้ ประกอบกับความ ช่ ว ยเ ห ลื อ จากสามี จนในที่สุดก็ได้พบกับนายธนาคารคนหนึ่ง ที่เสนอเ งิ น กู้ แ ลก กั บด อ ก เ บี้ ยสู งถึง 21%

ดังนั้น ในปี 1977 คุณ Debbi จึงได้เริ่มต้นธุรกิจ เปิดร้านคุกกี้โฮมเมดเล็ก ๆ แห่งแรก ที่มีชื่อว่า “Mrs. Fields Chocolate Chippery” ในเมืองพาโล อัลโต รัฐแคลิฟอร์เนียแต่เมื่อเปิดร้านจริง กลับไม่มีใครเข้ามาซื้อคุกกี้ในร้านแม้แต่ชิ้นเดียว สุดท้าย ด้วยความมุ่งมั่นที่มีอย่างเต็มเปี่ยม คุณ Debbi จึงตัดสินใจออกไปยืนตามท้องถนน และแจกคุกกี้อบสดใหม่ให้ฟรีแก่ผู้คนที่ผ่านไปมา เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าตามกลับไปที่ร้าน ที่น่าสนใจคือ ตัวอย่างคุกกี้เหล่านั้น ทำให้ลูกค้าหลายคน กลับมาซื้อคุกกี้จริง ๆง

มากไปกว่านั้น คือ คุณ Debbi สามารถพิสูจน์ตัวเองว่าเธอทำคุกกี้ให้เป็น ธุ ร กิ จ ที่ทำกำไรได้ เห็นได้ชัดจากตัวเลขย อ ดข า ย ในวันแรกที่สูงกว่าเป้าหมาย และมากกว่าตัวเลขที่สามีของเธอคาดการณ์ไว้เสียอีกจากนั้น ร้านคุกกี้นี้ก็กลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว จนไปเตะตานัก ธุ ร กิ จ ผู้สร้าง Pier 39 แหล่งช็อปปิงชื่อดังของซานฟรานซิสโก และเชิญให้เธอไปเปิดร้านคุกกี้ที่นั่นซึ่งร้านคุกกี้แห่งที่ 2 ของคุณ Debbi ก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีลูกค้าต่อแถว ย า ว เ ห ยี ย ด   ถึงขั้นสร้าง ปั ญ ห า ให้ ธุ ร กิ จ ในบริเวณใกล้เคียงเลยทีเดียว

เรื่องนี้ กระตุ้นให้คุณ Debbi เร่งขยายธุรกิจ เปิดสาขาเพิ่มทั่วรัฐแคลิฟอร์เนีย และลามไปทั้งประเทศสหรัฐอเมริการวมถึงเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “Mrs. Fields Cookies” โดยมีคุณ Debbi เป็นประธานและซีอีโอของบริษัท พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้สร้างสรรค์คุกกี้สูตรใหม่ ๆ และขยายสายผลิตภัณฑ์อีกหลายรูปแบบ เช่น คุกกี้ช็อกโกแลตวอลนัต หรือคุกกี้ไวต์ช็อกโกแลตแมคาเดเมีย รวมถึงลูกอม บราวนี และมัฟฟินอีกด้วย แม้ทุกอย่างจะดูไปได้ดี

แต่จุดเปลี่ยนสำคัญกลับเกิดขึ้นในปี 1993เมื่อคุณ Debbi ต้องขายกิจการ Mrs. Fields Cookies กว่า 80% ให้กับบริษัท Famous Brands International เพื่อแลกกับการตัดจำหน่ายห นี้ ก้อนโต โดยสา เ ห ตุ หลักที่ทำให้เกิดห นี้  ก็มาจากการที่บริษัทขยายตัวเร็วเกินไป จึงมีค่าใช้จ่ า ย ก้อ น ใ ห ญ่ เรื่อง ค่ า เ ช่ า ที่ ประกอบกับภ า ว ะ เ ศ ร ษ ฐกิ จ ต ก ต่ำ  ส่งผลให้ลูกค้าจำนวนมาก ไม่สามารถซื้อคุกกี้ ร า ค า แพงของเธอได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม คุณ Debbi ก็ยังมีส่วนร่วมใน ธุ ร กิ จ  รวมถึงทำหน้าที่เป็นโฆษกอย่างเป็นทางการของแบรนด์

ปัจจุบัน Mrs. Fields Cookies เป็นหนึ่งในผู้ค้าปลีกคุกกี้สดรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ล่าสุดในปี 2021 แบรนด์มีร้านค้าที่ดำเนินการเองและแฟรนไชส์มากกว่า 750 แห่งใน 33 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเคยมีรายงานว่า Mrs. Fields Cookies มีมูลค่าบริษัทประมาณ 15,500 ล้าน บ า ท   และคุณ Debbi มีความมั่งคั่งสุทธิอยู่ที่ 6,895 ล้าน บ า ท

ไม่เพียงเท่านี้ นอกเหนือจากความสำเร็จของ ธุ ร กิ จ คุกกี้แล้ว คุณ Debbi ยังเป็นที่รู้จักในฐานะนักเขียนชื่อดัง จากการตีพิมพ์หนังสืออัตชีวประวัติของเธอ และตำราอาหารอีกหลายเล่มโดยเล่มที่โดดเด่นที่สุดก็คือ “Mrs. Fields Cookie Book: 100 Recipes from the Kitchen of Mrs. Fields” ซึ่งติดอันดับหนังสือขายดีที่สุดของ New York Times และมียอด ข า ย เกือบ 2 ล้านเล่ม อีกทั้ง เธอได้ปรากฏตัวเป็นวิทยากร สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนอีกมากมายทั่วสหรัฐอเมริกา

ด้านชีวิตส่วนตัว คุณ Debbi หย่าร้างกับคุณ Randall ในปี 1997 และแต่งงานใหม่กับคุณ Michael Rose อดีต CEO ของบริษัทกาสิโนและโรงแรม Harrah’s Entertainment ในปีถัดมา ซึ่งเธอยังคงยกเครดิตให้คุณ Randall อดีตสามี ที่ได้ ช่ ว ย เ ห ลื อ ในการเริ่มต้นธุ ร กิ จ ให้เติบโตขึ้นมาถึงทุกวันนี้ และทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวของคุณ Debbi Fields ที่ส ะ ท้ อ นใ ห้เห็นว่าส่วนประกอบสำคัญในสูตรความสำเร็จ ไม่ใช่เพียงสูตรคุกกี้ของเธอเท่านั้น แต่ยังมี “ความหลงใหล” ที่คุณ Debbi เชื่อว่า

“ถ้ารักในสิ่งที่ทำ คุณจะทำได้ดีเสมอ”รวมถึง “ความมุ่งมั่น” ในเวลาที่ต้องเผชิญกับความท้าทาย ซึ่งเธอกล่าวไว้ว่า “ถ้าคุณพูดว่า ‘ทำไม่ได้’ แปลว่าคุณได้พ่ายแพ้แล้ว”
อ้างอิง longtungirl