Babylovett แ ย่ ง ชิ ง เพราะ ข า ย หมดใน 10 นาที

Babylovett แบรนด์เสื้อผ้าเด็ก ที่คนซื้อต้อง แ ย่ ง ชิ ง เพราะ ข า ย หมดใน 10 นาที

Babylovett แบรนด์เสื้อผ้าเด็ก ที่วงการ ของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ต้องรู้จักเป็นอย่างดี เพราะ ฮ อ ต ฮิ ต จนต้องให้คนรอบตัวมาช่วยกัน ก ด สั่งซื้ อ สินค้า ที่น่าสนใจก็คือ Babylovett ขายสินค้าใน ร า ค า ห ลั ก ร้ อ ย   แต่ถูกนำไปรีเซลใน ร า ค า ห ลั ก พั น  นอกจากนั้น ยังมีหลายคนที่ พ ล า ด โอกาส เพราะสินค้า ข า ย หมดภายใน 10 นาทีเท่านั้นซึ่งสถิติที่ร้านเคยข า ย ได้สู งสุ ด ต่อครั้ง คือ ข า ย ได้หลาย ห มื่ น ชิ้น ภายในระยะเวลาไม่กี่นาที

Babylovett คือ แบรนด์เสื้อผ้าเด็กฝีมือคนไทย ที่นิยามได้ว่าทั้งสวยและต้องใช้ได้จริง ด้วยคุณภาพระดับสากลใ น ร า ค า ที่จั บ ต้องได้ ก่อตั้งโดย 2 พี่น้องจากตระกูลดิลกอัศวโรจน์ นั่นก็คือคุณเก๋-ลภัสนันท์ และคุณใหม่-ธัญลักษณ์ ซึ่งสาเหตุที่แบรนด์ Babylovett สามารถการันตีคุณภาพระดับสากล ก็เพราะก่อนที่แบรนด์นี้จะเกิดขึ้น ทั้งคู่มีประสบการณ์ในวงการเสื้อผ้าเด็ก มานานกว่า 30 ปี จากธุ ร กิ จ ครอบครัว ที่รับจ้ า ง ผลิตเสื้อผ้าเด็กแบรนด์ดัง ๆ ส่งออกไปยังต่างประเทศ ทั้งในแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกา

ดังนั้นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ Babylovett จึงเริ่มจาก “การต่อ ย อ ด ธุ ร กิ  จ  ของที่บ้าน” นั่นเอง แต่ที่น่าสนใจก็คือ ดีไซน์ของ Babylovett แตกต่างจากเสื้อผ้าเด็กในท้องตลาดอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากมีลวดลายและดีเทลที่ ป ร ะณี ต ซั บ ซ้ อ น   และคนที่อยู่เบื้องหลังดีไซน์เหล่านี้ ก็คือคุณใหม่ ที่เรียนจบด้านแฟชั่นดีไซน์โดยตรง จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และเรียนต่อปริญญาโทที่สถาบัน Domus Academy สาขา Master of Fashion ที่ประเทศอิตาลี

โดยเรื่องราวของแบรนด์ Babylovett เริ่มต้นขึ้นหลังจากคุณใหม่ เ รี ย น จบ และอยากกลับมาต่อยอด ธุ ร กิ จ ที่บ้าน พร้อมกับเป้าหมายที่จะทำเสื้อผ้าเด็กคุณภาพระดับสากล ขายให้กับคนไทยดังนั้น 2 พี่น้องจึงนำเอาประสบการณ์ด้านอุตสาหกรรม และความรู้ด้านแฟชั่น มารวมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ก่อตัวเป็นแบรนด์ Babylovett

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ทั้ง 2 คนจะมีความรู้เรื่อง ธุ ร กิ จ เสื้อผ้าเด็กเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ Babylovett ก็ไม่ได้เริ่มต้นอย่างสวยงามตั้งแต่วันแรกจนกระทั่ง Babylovett ได้โปรโมตฟังก์ชัน “Two-Way Zipper” ที่สามารถเปิด ซิ ป ได้ 2 ทาง ทั้ง รู ด ขึ้นด้านบนและรู ด ลงด้านล่าง จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้แบรนด์กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

โดยไอเดียนี้ ได้คิดค้นมาจาก Pain Point ของชุดเด็กแรกเกิด ที่มักจะเป็น ปั ญ ห า ข องคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ในการเปลี่ยนผ้าอ้อมแต่ละครั้ง เนื่องจากชุดเด็กเล็กทั่วไป มักจะใช้กระดุมสำหรับเปิด-ปิดช่วงล่าง ดังนั้นนอกจากพ่อแม่จะต้อง สู้ ร บ กับการ ดิ้ น ของลูกแล้ว ยังต้องต่อกรกับกระดุมที่เ รี ย ง ต่อกันถึง 12 เม็ดอีกด้วย

การนำ Two-Way Zipper เข้ามาใช้ จึงทำให้ปั ญ ห า นั้นหมดไป เพราะช่วยให้สวมใส่ง่ายและรวดเร็ว เพียงแค่รูดซิปลงเวลาจะสวมชุด และ รู ด  ซิ ป ขึ้นเพื่อเปลี่ยนผ้าอ้อมเฉพาะด้านล่าง ตอบโจทย์พ่อแม่มือใหม่ได้เป็นอย่างดีและผ ล ตอบรับก็ดีตามคาด ต่อมาแบรนด์จึงได้ขยายไซซ์ ตามคำเรียกร้องของลูกค้า จนมีสินค้าของเด็กวัยแรกเกิดไปจนถึง 7 ขวบ

ถึงตรงนี้คงมีหลายคนสงสัยว่า แล้วทำไมแบรนด์อื่นยังใช้กระดุมกันอยู่ซึ่ง ส า เ ห ตุ  ที่หลายแบรนด์เลือกใช้ “กระดุม” นั้น ก็เพราะการ เ ย็ บ ซิ ป เป็นเรื่องที่ ค่ อ น ข้ า ง ย า ก  และละเอียดอ่อน หาก เ ย็ บ ผิ ดพ ล า ด  เพียงนิดเดียว ก็สามารถทำให้เด็กเกิดอาการ ร ะ ค า ย เ คื อ ง ได้ ดังนั้น Babylovett จึงถือว่าเป็นเจ้าแรก ๆ ในไทยที่คิ ด ค้ น  Two-Way Zipper ขึ้นมา และที่พิเศษก็คือซิปที่เลือกใช้ คือแบรนด์ YKK ที่ได้รับ มา ต ร ฐ า น ระดับโลกอีกด้วย

นอกจากนั้นทางแบรนด์ยังมีการท ด ส อ บ ความ ป ล อ ด ภั ย ทุกครั้ง ซึ่ง “ความ ป ล อ ด ภั ย ” นี้ ก็เป็นเรื่องที่คุณเก๋และคุณใหม่ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ เนื่องจากเด็กมีผิวที่บ อ บ บ า ง มาก หากมีข้อ ผิ ด พ ล า ดเพียงนิดเดียวก็สามารถทำร้ า ย ผิวของเด็กได้ ดังนั้นทุกขั้นตอนการผลิต, วัสดุและอะไหล่ทุกชิ้นที่ติดบนเสื้อผ้า จะต้องผ่านการ ท ด สอ บ ทุกครั้ง โดยใช้มาตรฐานเดียวกันกับสินค้าที่ส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น ตร ว จ วัดปริม า ณ ส า ร เ  ค มี, แ ร ง ดึ ง ของกระดุม และแพตเทิร์นของผ้า เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เป็น อั น ต ร าย ต่ อเด็ก

แต่นอกเหนือจาก ค ว า ม ปล อ ด ภั ย แล้ว Babylovett มี เ ค ล็ ด ลั บ อ ะไร ที่ทำให้มีแฟนคลับที่เ ห นี ย ว แ น่ น   จนขายสินค้าหมดทุกชิ้นภายใน 10 นาที หลังเปิดให้จอง สิ่งที่เห็นได้ชัดเป็นอันดับต้น ๆ คือเรื่อง “ดีไซน์” ที่ โ ด ด เ ด่ น เนื่องจาก Babylovett มีทีมดีไซเนอร์ที่มีความ เ ชี่ ย ว ช า ญ  และมีประสบการณ์ในการ รั ง ส ร รค์ เสื้อผ้าเด็กมานาน รวมทั้งบางคอลเลกชันยังร่วมออกแบบกับศิลปินชื่อดัง เช่น Teaspoon Studio

นอกจากนั้นยังส ร้า ง  สร ร ค์ เสื้อผ้าให้เป็นเหมือน “ประสบการณ์โดยในแต่ละคอลเลกชัน Babylovett จะใส่เรื่องราวเข้าไปใน ล วด ล าย  เพื่อให้เด็กได้เพ ลิ ดเ พ ลิ นกั บชุดที่ตัวเองเลือกใส่ รวมทั้งนำลวดลายนั้น ๆ มาสร้างเป็นนิทานบน YouTube เพื่อให้ครอบครัวได้มีกิจกรรมร่วมกันในการเสริมสร้างจินตนาการ ดังนั้นชุดของ Babylovett จึงไม่ใช่แค่พ่อแม่เท่านั้น ที่รู้สึกภูมิใจเวลาเห็นลูกตัวเองสวมใส่ แต่เด็กที่สวมใส่เอง ก็รู้สึกสนุกและมั่ น ใจที่จะแต่งตัวไปด้วย

การเล่าเรื่องราวของ Babylovett จึงเป็นอีกหนึ่ง เ ค ล็ ด ลั บ  ที่สำคัญ เพราะหากมีดีแค่ดีไซน์เพียงอย่างเดียว ก็คงไม่สามารถสร้างความไว้วางใจให้กับพ่อแม่ได้มากขนาดนี้และที่สำ คั ญ ความสวยงามจะต้องมา ค ว บคู่ กับ “คุณภาพ” และ “ความ ป ล อ ด ภั ย  ” อย่างที่เ ก ริ่ น ไปแล้วข้างต้น ว่าทุกอย่างจะต้องผ่านการ ท ด ส อ บ และได้ ม าต  รฐ า น  เดียวกันกับการส่งออก

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงคิดว่าเสื้อผ้า Babylovett น่าจะมี ร า ค า หลักพัน แต่จริง ๆ แล้วเสื้อผ้าของแบรนด์นี้มี ร า ค า แค่ “หลักร้อย” เท่านั้น เนื่องจากผู้ก่อตั้งทั้งคู่มีความตั้งใจ ที่จะสร้างเสื้อผ้าเด็กคุณภาพระดับสากล แต่อยู่ใน ร า ค า ที่ จั บ ต้องได้ เพื่อให้ลูกค้าทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้

ที่น่าสนใจก็คือ แม้ Babylovett จะขายใน ร า ค า ไม่ แ พ ง ก็ตาม แต่ลูกค้าหลาย ๆ คน ก็มักจะนำสินค้าไปขาย รี เ ซ ล ใน ร า ค า สู งโดยสถิติรีเซลที่แ พ ง ที่สุด พุ่ ง ไปถึงตัวละ 5,000 บ า ท เลยทีเดียว จาก ร า ค า เดิมที่ 450  บ า ท  ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เสื้อผ้าของ Babylovett ถูกนำมาขายรีเซล ก็เป็นเพราะ สินค้าเป็นที่ต้องการในตลาด และไม่ใช่ทุกคนจะสามารถ ค ร อ  บ ค ร อง ได้

เนื่องจากเสื้อผ้าเกือบทุกคอลเลกชันของ Babylovett มักจะถูก ข า ย หมดภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 นาที ทำให้การ ซื้ อ เสื้อผ้าแต่ละคอลเลกชันเหมือนส ม ร ภู มิ ร บ  ที่ต้อง แ ย่ ง กันก ด สินค้าให้ทันโดย Babylovett จะปล่อยสินค้าออกมาเป็นคอลเลกชัน ซึ่งส่วนมากหลังจาก วา  งข า ย แล้วก็จะไม่ผลิตซ้ำ ไม่ต่างจากแบรนด์แฟชั่นผู้ใหญ่ดัง ๆ เลย ทำให้เมื่อออกสินค้าใหม่แต่ละครั้ง จึงมีลูกค้าที่ตั้งตา ร อ ก ด จ อ ง สินค้าในทุกรอบ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีลูกค้ามากมายที่นำเสื้อผ้าของ Babylovett ไปรีเซลใน ร าค า ห ลั ก พันก็ตาม แต่คุณเก๋และคุณใหม่ก็ยังยืนยันว่า จะ ข าย ร า ค า เท่านี้เหมือนเดิม ตามความตั้งใจของแบรนด์ตั้งแต่ต้น ซึ่งเรื่องราวความสำเร็จทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นมาภายในระยะเวลาแค่ 3 ปีเท่านั้น แต่ก็เป็นระยะเวลา 3 ปี ที่เต็มไปด้วยความใส่ใจ ในการสร้างแบรนด์ Babylovett ที่ไม่ใช่เพียงต้องการสร้างความแตกต่างที่ดีไซน์ แต่ต้องการมอบสินค้าคุณภาพดีระดับสากลจริง ๆ