โมเดอร์นา

โมเดอร์นา

นาทีนี้หากพูดถึง วั ค ซี น ป้องกัน โ  ร ค โ ค วิ ด -19 ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก หนึ่งในนั้นก็คือ วั ค ซี น จากบริษัท ‘โมเดอร์นา’ ที่ปัจจุบันมียอดสั่งซื้อ วั ค ซี น แล้วมากกว่า 600 ล้านโดส

และแน่นอนว่า นอกจากจะช่วยผู้คนได้มากมาย วั ค ซี น เหล่านี้สร้างรายได้ให้กับบริษัทมหาศาล รวมถึงหนุนให้มูลค่าบริษัทของโมเดอร์นาเติบโตอย่างก้าว ก ร ะ โ  ด ด  ในเวลาเพียงชั่วพริบตา

อย่างไรก็ตาม ถ้าย้อนกลับไปในช่วงปลายปี 2562 ที่ถึงแม้บริษัทจะมีมูลค่าราว 6.5 พันล้านเหรียญแล้ว แต่ชื่อของโมเดอร์นายังไม่อยู่ในลิสต์บริษัทที่น่าจะประสบความสำเร็จของหลายคนเลยด้วยซ้ำ

เนื่องจากสตาร์ทอัพไบโอเทคอายุกว่า 10 ปีรายนี้ ยังไม่มีผลิตภัณฑ์สักชิ้นเดียวที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลให้วางจำหน่ายได้ และตั้งแต่ IPO ในเดือน ธ.ค. 2561 ราคาหุ้นของโมเดอร์นาก็แทบไม่ ข ยั  บ  ไปไหน

จุดเริ่มต้นของพวกเขามาจากการสำรวจความเชี่ยวชาญของตนเอง และดูว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มจากสิ่งนั้นได้อย่างไร ซึ่งขณะนั้นรอสซีที่มีความสามารถในเทคโนโลยี mRNA อยู่แล้ว เมื่อรวมกับสมมติฐานที่พวกเขาสงสัยว่าร่างกายมนุษย์สามารถถูก ก ร ะ ตุ้ น ให้เกิดการ รั ก ษ า  ภายในตัวเองได้หรือไม่

พวกเขาจึงมองว่า นี่น่าจะเป็นวิธีที่สามารถนำเทคโนโลยี mRNA มาประยุกต์ใช้ในการบำบัดรักษาโ ร ค  และผลิต วั ค ซี น ได้ การตั้งต้นเป็นบริษัทจริงๆ เริ่มขึ้นในปี 2554 โดยโมเดอร์นาได้ ‘สเตฟาน บันเซล’ มานั่งตำแหน่งซีอีโอ

เช่นเดียวกับสตาร์ทอัพอื่นๆ การเดินหน้าหาเงินจากนักลงทุนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เพียง 2 ปีให้หลัง คือในปี 2556 โมเดอร์นาได้รับเงินลงทุนก้อนโตจากแอสตร้าเซเนก้าจำนวน 240 ล้านเหรียญ สำหรับสัญญา 5 ปี ในการคิดค้นและพัฒนาการใช้ mRNA เพื่อรักษา โ ร ค หัวใจและ ห ล อ ด เ ลื อ ด รวมถึง โ ร ค  ม ะ เ ร็ ง

เมื่อ โ ค วิ ด-19 ร ะ บ า ด ขึ้น การมุ่งโฟกัสเฉพาะการสร้าง วั ค ซี น และแนวทางการ รั ก ษ า โดยใช้ mRNA ทำให้โมเดอร์นามีความเชี่ยวชาญมากพอที่จะนำเทคโนโลยีนี้ไปสู้กับ โ ค วิ ด

ประกอบกับโมเดอร์นาเองก็กำลังทดสอบ วั ค ซี น ในชั้นคลินิกถึง 2 ตัว คือ วั ค ซี น โ ร ค ระบบทางเดินหายใจอย่าง MERS และ โ ร ค ไข้ซิก้าที่มี ยุ ง เป็น พ า ห  ะ

เมื่อได้รับรหัส พั น ธุ ก ร ร ม เชื้อ โ ค วิ ด จากจีนในวันที่ 11 ม.ค. 2563 โมเดอร์นาเรียกได้ว่าอยู่ในสถานะที่พร้อมพัฒนา วั ค ซี น โ ค วิ ด ในทันที เปรียบเสมือนพ่อครัวที่ตั้งเตาไว้เรียบร้อยแล้ว รอเพียงส่วนผสมมาปรุงเท่านั้น

และเพื่อให้การพัฒนาและทดสอบเป็นไปอย่างราบรื่น โมเดอร์นาสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสถาบันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถเริ่มการทดลองในชั้นคลินิกได้อย่างรวดเร็ว

ถ้าจะถามว่าเร็วแค่ไหน? คงต้องบอกว่าเป็นความเร็วที่น่าตกใจเลยทีเดียว เพราะหลังจากผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ประกาศให้ โ ค วิ ด เป็นภาวะฉุกเฉินได้ 1 สัปดาห์ วันที่ 10 มี.ค. โมเดอร์นาก็เริ่มทดลองชั้นคลินิกในเฟส 1 โดยฉีด วั ค ซี น ให้ผู้ทดลอง 45 คน

และในปลายเดือน ก.ค. โมเดอร์นาก็เริ่มทำการทดลองชั้นคลินิกในเฟสที่ 3 ซึ่งทำการทดลองในอาสาสมัคร 30,000 คน

การทดลองดำเนินไปจนกระทั่งเดือน พ.ย. โมเดอร์นาได้ประกาศความสำเร็จในการทดลอง วั ค ซี น ตามหลังไฟเซอร์เพียงไม่กี่วัน โดย วั ค ซี น ของโมเดอร์นาให้ประสิทธิภาพสูงถึง 94.5%

โมเดอร์นายังได้รับคำสั่งซื้อ วั ค ซี น เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากรัฐบาลสหรัฐฯ, สหภาพยุโรป, ญี่ปุ่น, แคนาดา ฯลฯ โดยในเดือน ก.พ. 2564 โมเดอร์นาระบุว่ามียอดสั่งซื้อ วั ค ซี น ที่คอนเฟิร์มแล้ว 641.5 ล้านโดส

แล้วความสำเร็จจาก วั ค ซี น โ ค วิ ด สร้างรายได้ให้โมเดอร์นาได้เท่าไหร่ไตรมาส 4/62 มีรายได้ 14 ล้านเหรียญ ไตรมาส 4/63 มีรายได้ 571 ล้านเหรียญ

ไตรมาส 1/63 มีรายได้ 8 ล้านเหรียญ ไตรมาส 1/64 มีรายได้ 1,900 ล้านเหรียญรายได้รวมของทั้งปี 2562 อยู่ที่ 60 ล้านเหรียญ ปี 2563 อยู่ที่ 803 ล้านเหรียญ

ส่วนในปี 2564 โมเดอร์นาคาดการณ์ว่าจะทำยอดขาย วั ค ซี น ได้ถึง 19,200 ล้านเหรียญ และตั้งแต่ต้นปี 2563 เป็นต้นมา หุ้นของโมเดอร์นาก็ ท ะ ย า น  ขึ้นอย่างไม่หยุด โดยครั้งหนึ่งพุ่งขึ้นไปมากกว่า 630%

ส่งผลให้มูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่ และปัจจุบันโมเดอร์นามีมูลค่าในตลาดอยู่ที่ราว 6.4 หมื่นล้านเหรียญ

วันนี้แม้เรียกได้ว่าโมเดอร์นาประสบความสำเร็จแล้ว แต่ด้วย วั ค ซี น และการ รั  ก  ษ  า  อื่นๆ กว่า 20 ชนิดที่อยู่ในไปป์ไลน์การทดลองของบริษัท ซึ่งหากการทดลองสำเร็จ จนได้รับการอนุมัติให้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ โมเดอร์นาคงเติบโตไปได้อีกมากทีเดียว