“น้ำอบนางลอย”

เปิดตำนาน “น้ำอบนางลอย” สินค้าที่ไม่ได้ใช้ทุกวัน แถมใช้แค่ปีละครั้งด้วยซ้ำ แต่ธุsกิจกลับยังคงอยู่มาได้ถึง 100 ปี!

เมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ สิ่งหนึ่งที่ ข า ด ไม่ได้ก็คือ “น้ำอบ” เครื่องหอมในลักษณะน้ำ ที่คนทั่วไปมักซื้อเพื่อนำมาไปใช้ในพิธี ส ร ง  น้ำพระ และการ ร ด น้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตในวันสงกรานต์

รวมถึงพิธีกรรมต่างๆ เช่น งานมงคลสมรส งานขึ้นปีใหม่ และใช้ในงาน ศ พ  จากแต่ก่อนที่คนมักนิยมใช้เป็นเครื่อง ป ร ะ ทิ น ผิว และเมื่อนึกถึงน้ำอบ แบรนด์ที่คนไทย คุ้ น เ ค ย กันเป็นอย่างดี ก็คงเป็นแบรนด์อะไรไปไม่ได้นอกจาก “น้ำอบนางลอย”

แบรนด์น้ำอบที่อยู่คู่คนไทยมานาน แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนผัน แต่ยังคง ยื น ห ยั ด อยู่ได้กว่า 100 ปี โดยถูกส่งต่อการ ดู แ ล ของคนมาถึง 4 รุ่นด้วยกัน

จุดเริ่มต้นของ “น้ำอบนางลอย” เริ่มมาจาก คุณย่าเฮียง หรือ แม่เฮียง ซึ่งได้รับการถ่าย ท อ ด วิธีการปรุงน้ำอบไทยมาจากเพื่อนของท่านจากในวัง และแม่เฮียงก็ได้นำสูตรดังกล่าวมา ดั ด แ ป ล ง เพิ่มเติม

มีการนำกลิ่นหอมของดอกไม้และสมุนไพรชนิดต่าง ๆ มา ผ ส ม ผ ส า น กับน้ำหอมของฝรั่งที่กำลังเริ่มเป็นที่นิยมในสมัยนั้น โดยเอกลักษณ์ของน้ำอบนางลอย ก็คือ “มีกลิ่นหอมเย็นสดชื่น และมีสีเหลืองอำพัน”

โดยได้เริ่มจำหน่ายน้ำอบไทยครั้งแรกที่ตลาดนางลอย ข้างวัดบพิตรภิมุข เขตจักรวรรดิ กรุงเทพฯ ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีการตั้งชื่อหรือมีตราสินค้าแต่อย่างใด ทั้งยังเป็นการขายด้วยการตวง

โดยลูกค้าจะเป็นคนนำภาชนะของตัวเองมาบรรจุน้ำอบเอง ซึ่งต่อมาก็ได้เปลี่ยนมาเป็นการบรรจุขวดเพื่อให้ลูกค้าสะดวกยิ่งขึ้น พร้อมกับทำตราสินค้าเป็นรูปนางฟ้า ลอยอยู่บนก้อนเมฆและถือขวดน้ำอบไทยไว้ในมือซ้าย

ประดับด้วยลวดลายไทยโดยรอบ โดยสีที่ใช้ประกอบเป็นตราสินค้า จะเป็นสีแดง ขาว และน้ำเงินเป็นหลัก ซึ่งเป็นสีของธงชาติไทย เพื่อบ่งบอกถึงความเป็นไทย

ด้วยกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากคนอื่น ทำให้น้ำอบไทยของแม่เอียงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนลูกค้านำไปแนะนำบอกต่อแบบปากต่อปาก ว่า ““น้ำอบไทย ของแม่เฮียง ที่ตลาดนางลอย”

เมื่อนานวันเข้าคำพูดก็เริ่มเพี้ยนไปเป็น น้ำอบไทยนางลอย ของแม่เฮียง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “น้ำอบนางลอย” ในปัจจุบัน จากนั้นตราสินค้า “น้ำอบนางลอย” ก็ได้มีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ มาขายด้วย ไม่ว่าจะเป็น แป้งหินร่ำนางลอย ดินสอพองนางลอย และเทียนอบนางลอย

เมื่อกิจการเริ่มขยายตัวขึ้น แม่เฮียงตัดสินใจย้ายออกจากตลาดนางลอย และเปิดเป็นร้านค้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หลังจากนั้นผู้ สื บ  ท  อ  ด  รุ่นต่อ ๆ มา ก็ได้นำผลิตภัณฑ์ของนางลอยไป ข า ย ผ่านช่องทางต่าง ๆ มากขึ้น เช่น ร้านสั ง ฆ ภั  ณ  ฑ์ และร้านค้าต่าง ๆ จนทำให้ “น้ำอบนางลอย” กลายเป็นที่รู้จักและได่รับความนิยมไปทั่วประเทศจนถึงทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันคนรุ่นใหม่อาจจะใช้น้ำอบไทยลดน้อยลง โดยจะใช้กันมากแค่เพียงช่วงเทศกาลสงกรานต์ งานพิธีกรรม หรืองานมงคลต่าง ๆ เท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้ “น้ำอบนางลอย” ยังสามารถ ยื น ห  ยั  ด  อยู่มาได้จนถึงปัจจุบัน ก็คือ “ความคงเดิม” ทั้งในเรื่องของรูปลักษณ์ที่เป็นภาพจำของคนไทย รวมถึง “คุณภาพ” และ “ความเป็นเอกลักษณ์” ของแบรนด์ ให้เหมือนกับเมื่อ 100 ปีที่สุด

อ้างอิง อายุน้อย 100 ล้าน