จากผู้อพยพหนีภัยสงครา ม

 

จากผู้อพยพหนีภัยสงครา ม “ทอง กุลธัญวัฒน์” สร้างธุรกิจแหนมเนืองให้เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ

จากครอบครัวคุณย่าวีและคุณปู่ตวน จากครอบครัวคุณย่าวีและคุณปู่ตวน ชาวเวียดนามอพยพ หาเลี้ยงชีพด้วยการหาบเร่ “ทอง กุลธัญวัฒน์” คือบุตรคนที่ 5 จากทั้งหมด 8 คนของพ่อ “ตวน แซ่โฮ” กับแม่ “วี แซ่เรือง” ชาวเวียดนามผู้อพยพหนีภัยสงครา มจากบ้านเกิด เข้ามาพำนักอาศัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ผู้พ่อประกอบอาชีพเป็นช่างทองในร้านทองแห่งหนึ่งของจังหวัดหนองคาย

ผู้แม่เป็นแม่ค้าหาบเร่ โดยต้องหาอาชีพเสริมอื่นเพื่อมาจุนเจือครอบครัวที่มีลูกถึงแปดคน และนั่นคือกำเนิดของแหนมเนืองที่ต่อมาคนไทยคุ้นเคยกัน วีได้ใช้ฝีมือปรุงอาหารที่ได้รับฝึกฝนจากยาย ทำอาหารเวียดนามหาบขายในละแวกบ้าน ในขนะนั้นมี “บั่นแบ๋ว” หรือขนมถ้วยแบบเวียดนาม และ “แนมเหนือง” หรือเมี่ยงหมูย่าง ทั้งครอบครัวใช้เวลากว่า 10 ปี ในการเปลี่ยนจากร้านหาบเร่เป็นร้านห้องแถว

1 คูหาเมื่อปี 2511 ในชื่อ “แหนมเนือง” ซึ่งเพี้ยนมาจาก “แนมเหนือง” ในภาษาเวียดนามนั่นเอง กิจการเดินหน้าไปด้วยดีจนกระทั่งเกิดกระแสหวาดกลัวภัยคอมมิวนิสต์ ในยุค 14 ตุลา ทางการกวดขันชาวเวียดนามอพยพเป็นพิเศษ ทำให้ร้าน “แหนมเนือง” เปลี่ยนขื่อเป็น “แดง แหนมเนือง” ตามชื่อลูกสาวคนที่สอง นั่นทำให้รอดพ้นจากสายตาของเจ้าหน้าที่ จนดำเนินกิจการต่อมาได้ หลังจากนั้นสองปี

“ทอง” ในวัย 14 ปี ได้แยกตัวไปทำงานเป็นช่างกลึง แต่ก็ทำได้ไม่นานเพราะต่อมาได้ถูกประกาศเป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทยเท่านั้น เขาจำต้องเปลี่ยนไปเป็นช่างนาฬิกาอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะแต่งงานกับภรรยาซึ่งเป็นลูกเจ้าของร้านตัดเสื้อสูท จึงเห็นโอกาสดีในงานเสื้อผ้า แต่ทว่าชีวิตเขาเข้าสู่จุดเปลี่ยนในชีวิตอีกคำรบในปี 2533 เมื่อสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งแรกเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ

จังหวัดหนองคายกลายเป็นทางผ่านที่คึกคัก คนกรุงเริ่มสั่งอาหารแบบห่อกลับบ้านมากขึ้น ต่อมาในปี 2538 ทางการไทยได้มอบสัญชาติไทยให้กับทอง เขาจึงได้โอกาสสร้างธุรกิจของตัวเอง ต่อยอดจากธุรกิจเดิมของครอบครัว ในชื่อใหม่ว่า “VT แหนมเนือง” ที่จังหวัดอุดรธานี “ร้าน VT เริ่มทำตอนช่วงปี 2540 แล้วเผอิญช่วงนั้นฟองสบู่แตก ผมกู้ธนาคารมา 2 ล้านบาท มาลงทุนเปิดร้าน โดนดอกเบี้ยไป

18.5% แต่เศรษฐกิจตอนนั้นเหมือนคลื่นน้ำแรง เราก็ต้องค่อยๆ เกาะริมฝั่งไป รอเวลาน้ำมันนิ่ง” ด้วยความเชื่อมั่นในธุรกิจของตนซึ่งเป็นธุรกิจอาหารที่อย่างไรคนก็ต้องกิน ทำให้เขาค่อยๆปลดหนี้ได้จนสำเร็จ และในปี 2545 ก็ได้เริ่มเดินเครื่องอย่างเต็มกำลัง ใน

ปัจจุบัน VT แหนมเนืองมีรายรับตกวันละ 1 ล้านบาท พร้อมด้วยสาขาทั่วประเทศอีก 12 สาขา ขณะเดียวกันยังได้พัฒนาระบบงานบริการให้รับกับ

ชีวิตคนยุคใหม่ ทั้ง Delivery ทั้ง Drive-Thru รวมทั้งทุ่มทุน 650 ล้านบาท สร้างโปรเจกต์ยักษ์ Community Mall ให้โดดเด่นยิ่งใหญ่ในจังหวัดอุดรธานี

เพื่อเป็นศูนย์การผลิตและกระจายสินค้า รวมทั้งเป็นแหล่งรวมสินค้า OTOP ประจำเมือง ที่ทุกคนต้องแวะพัก ด้วยรสชาติ ความสดใหม่ และความใส่ใจในคุณภาพอาหาร

กิจการครอบครัวเล็กๆ จึงกลายเป็นที่นิยม มากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบัน บริษัท วีที แหนมเนือง จำกัด สาขาหลักปัจจุบัน บริษัท วีที แหนมเนือง จำกัด สาขาหลัก

(Headquarter) ตั้งอยู่จังหวัดอุดรธานี จำหน่ายอาหารเวียดนามและของฝากท้องถิ่น มีตัวแทนจำหน่ายและสาขารวม 15 แห่งทั่ว ประเทศ ซึ่งยังคงยึดหลักที่

ไม่เปลี่ยนแปลงจนถึง วันนี้คือ “ครอบครัววีที ตั้งใจจะส่งมอบสิ่งดีๆ ให้กับทุกคน” คัดสรรอาหารที่ดี มีคุณภาพ (Good Quality) อาหารที่ดีต่อสุขภาพ

(Good Health)และเป็นอาหารที่สร้างความสุขใจให้กับทุกคน“ คัดสรรอาหารที่ดี มีคุณภาพ (Good Quality) อาหารที่ดีต่อสุขภาพ (Good Health)

และเป็นอาหารที่สร้างความสุขใจให้กับทุกคน“ สำหรับจุดแข็งของ วีทีแหนมเนือง คือ 1. อาหารต้องสะอาด ปลอดสารทุกอย่าง 2. รับผิดชอบต่อลูกค้า

ถ้าเราทำได้ ร้านอาหารอย่างไรก็เกิด และสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ อาหารจะอร่อย คนกินต้องปรุงเอง นั่นคือ หากคนที่ชอบรสเปรี้ยวก็จะใส่มะเฟืองเยอะหน่อย

หากชอบทานหวานก็จะใส่น้ำจิ้มมากขึ้น ทำให้อาหารถูกปากคนที่มาทานเสมอ.