X

“โมเม พาเพลิน” ผันตัวเองมาเป็นบิวตี้กูรูเงินล้ๅนบนโลกออนไลน์

“โมเม พาเพลิน” ผันตัวเองมาเป็นบิวตี้กูรูเงินล้ๅนบนโลกออนไลน์

ย้อนเวลากลับไปช่วง 18 ปีที่แล้วเพลง “กระดุ๊ก กระดิ๊ก” ได้แจ้งเกิดนักร้องสาวที่มีคาแร็คเตอร์สดใสแลคล่องแคล่วที่มาพร้อมท่าเต้นมือสลับไปมาชื่อว่า “โมเม นภัสสร”

ซึ่งเธอก็แจ้งเกิดโด่งดังเป็นนักร้องที่เคยประสบความสำเร็จกับยอดขๅยเทปที่แตะหลักล้ๅนตลับ และเมื่อมาถึงยุคที่วงการเพลง

เริ่มซบเซาภาพความเป็นนักร้องของเธอก็ค่อยๆ เลือนรางหายไปจนแทบจะไม่เห็นเธอขึ้นเวทีจับไมค์ร้องเพลง

แต่ในช่วงเวลานั้นเธอกลับนำความชอบส่วนตัวในเรื่องบิ๊วตี้ที่ได้จากการอาศัยครูพักลักจำมาจากช่วงที่เป็นนักร้อง

และมองเห็นช่องทางในการมาของ Youtube ซึ่งนั้นก็ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของ “โมเม นภัสสร” คือการวางไมค์

และหันมาจับแปรงแต่งหน้าจนเป็นที่รู้จักในนาม “โมเม พาเพลิน” เจ้าแม่บิ๊วตี้เงินล้ๅน แต่เหนือสิ่งอื่นใดกว่าเธอจะเดินทางมาถึง

การเป็นกูรูด้านความสวยความงามแถวหน้าในวงการได้นั้นคงไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ อย่างแน่นอน

จริงๆ แล้วเป็นคนที่ชอบเรื่องบิวตี้มาตลอดอยู่แล้ว แอบลักจำช่างที่แต่งหน้าให้สมัยยังเป็นนักร้องเสมอ ได้

ความโชคดีของเราก็คือพอเราทำงานในวงการ เราเจอช่างใหญ่มาทั้งหมดแล้ว โมเมเริ่มแต่งหน้าแรกๆ ก็เจอ

พี่ต้อ ชรภาส โอภาสพันธ์ ช่วงอัลบั้มแรกๆ เป็นพี่ต้อตลอดแล้วก็เจอ พี่ม้า พี่เป็ด ลูกน้ำ พี่น้ำมนต์ ก็เจอเรียกว่าเจอทุกคน

ทุกครั้งที่เจอพี่ๆ ช่างแต่งหน้าทุกคนให้ความรู้หมดไม่มีใครปิดบัง พี่ป๊อก พี่ป้อม สมัยนี้ พี่ฮั้ว ทุกคนถามอะไรก็ตอบหมด ทำไมต้องอย่างนั้นล่ะ

ทำไมต้องอย่างนี้ล่ะ แล้วพี่ๆ เขาก็ไม่เคยรำคๅญและเขาก็เล่าให้เราฟัง แล้วสมัยตอนร้องเพลงเราไม่ได้มีช่างใหญ่ไปกับเราตลอดเวลา

เพราะฉะนั้นเราก็ต้องหัดแต่งเอง ระหว่างทางไปเล่นบุรีรัมย์ จะเอาช่างไปด้วย มันก็ไม่ใช่ ช่วงนั้นเลยทำให้ได้ฝึกมือพอสมควร เอาง่ายๆ

แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้ โมเม พาเพลิน ฮิตติดลมบน อยู่ที่การผสานสื่อออนไลน์กับออฟไลน์ “ตอนนั้นก็ทำอยู่เป็นปี แต่ทำไมมันยังไม่เกิดอะไรขึ้นสักที

ทั้งๆ ที่คนดูเยอะ รายการอื่นก็เริ่มทยอยขายได้ ทั้งรายการเก้าอี้เสริม และเจาะข่าวตื้น แต่โมเม พาเพลินก็ยังนิ่ง เราก็มาคิดว่า

เราไม่มีเสน่ห์กับเอเยนซี่หรือยังไง แต่พอโมเมได้ลงแมกกาซีน ด้วยตัวเขาเอง สัมภาษณ์ลงสื่อออฟไลน์ หนังสือกุลสตรี 4-5 หน้ากลาง เท่านั้นแหละ

ทุกอย่างก็พลิก ถือเป็น Tipping Point” จากนั้นก็ทำให้รายการ โมเม พาเพลิน เป็นรายการอันดับ 1 ใน spokdark ทั้งในแง่ผู้ชมและรๅยได้จากสปอนเซอร์

และจากการที่ “โมเม พาเพลิน” ก้าวขึ้นไปอยู่แถวหน้าวงการบิ๊วตี้แล้วนั้น ก็ยังส่งผลให้เธอได้โอกาสครั้งสำคัญกับการร่วมเดินทางไปทีมลอริอัลเพื่อเข้าร่วมงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ในฐานะบิ๊วตี้

เป็นประสบการณ์ใหม่ เพราะว่าไม่เคยไปคานส์เลย ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ ช่างแต่งหน้า แล้วก็ เนลอาร์ทิสของทางลอรีอัลปารีสหลายคนเหมือนกันนะคะ แล้วก็ได้สัมภาษณ์ตัวดาราด้วย เบลค ไลฟ์ลี่ย์

ที่เป็น โฆษกของลอรีอัลปารีส ก็คือคนที่เล่นเป็น เซรีน่า ในกอสซิปเกิร์ล ก็ได้นั่งคุยกันแล้วก็ ไอศวรรยา ราย ก็ได้สัมภาษณ์ เราได้เรียนรู้เพราะเราก็มีอะไรที่อยากถามทั้งของตัวเราเองเยอะแยะ ไม่ใช่แค่ถามสำหรับเอามาให้คนอื่นเท่านั้น

เราเองทุกครั้งที่ได้มีประสบการณ์ออกไปเจอผู้คนแบบนี้ เราก็ได้อะไรกลับมาเยอะแยะมากมายได้มิตรภาพ ได้ Contact person ได้คนที่ได้แลกเปลี่ยนความรู้

ความชอบในเรื่องเดียวกันมาเดี๋ยวเจอบล็อกเกอร์ ประเทศอื่น เราก็ได้ทำความรู้จักกันไว้เผื่อว่าต่อไป ที่อาจจะมีอะไรเราสามารถเอามาทำร่วมกันได้รู้สึกดีมากๆ ค่ะ

ข้อมูลและรูปภาพ: sanook, mgronline, pantip, positioningmag, thestandard

About ดาวพระศุกร์

View all posts by ดาวพระศุกร์ →