X

Birkenstock รองเท้าที่ไม่เคยตามแฟชั่น แต่ยังครองใจวัยรุ่น

Birkenstock รองเท้าที่ไม่เคยตามแฟชั่น แต่ยังครองใจวัยรุ่น

รองเท้าแตะแบบหนัง พื้นรองเท้าหนา ๆ และมีสายคาดอันโดดเด่น อันเป็นเอกลักษณ์ของ Birkenstock ที่ใคร ๆ เห็นแล้วก็ต้องคุ้นหน้าคุ้นตา แม้ว่าเราจะไม่มีครอบครองเอง ก็ต้องเคยเห็นจากเพื่อน ๆ หรือคนที่เดินผ่านไปมา สวมใส่กันมาแล้วบ้าง

ที่น่าสนใจคือ Birkenstock ต่างได้รับความนิยมในทุกรุ่นทุกวัย ทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น แม้จะเป็นแบรนด์เก่าแก่ ที่มีประวัติความเป็นมา กว่า 248 ปีแล้วก็ตาม

แต่ Birkenstock ก็ยัง “ครองใจ” และดู “คูล” ในสายตาคนรุ่นใหม่อยู่เสมอ ด้วยดีไซน์ที่สวยงาม คลาสสิก แต่แฝงไปด้วยความทันสมัย

ทำให้รองเท้าแตะ Birkenstock สามารถแมตช์ได้กับการแต่งตัวทุกสไตล์ ทุกลุก ตั้งแต่สไตล์ฮิปปี ไปจนถึงสไตล์มินิมัล

กางเกงขาสั้น ไปจนถึงกางเกงยีนส์ และกางเกงสแล็กส์ แม้แต่คนดังหรือดาราฮอลลีวูดบางคน ก็สวมใส่ Birkenstock เดินกันเป็นเรื่องปกติ..

และนอกจากเรื่องดีไซน์แล้ว เรื่องความทนทาน รองเท้าแตะ Birkenstock ก็ไม่เป็นรองใคร เพราะด้วยวัสดุคุณภาพดี และงานประกอบที่ใส่ใจในรายละเอียด

ทำให้รองเท้ามีความแข็งแรงและทนทานสูง แต่ก็ยังสวมใส่สบาย ซึ่งบางคนมี Birkenstock คู่เดียว ใส่อย่างน้อย 3-4 ปี ก็ยังใช้งานได้ดีอยู่

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1774 ที่ประเทศเยอรมนี เรื่องราวของ Birkenstock ถือกำเนิดขึ้นจากช่างปะรองเท้า นามว่า Johann Adam Birkenstock

ซึ่งนอกจากชื่อสกุลแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เขาได้ถ่ายทอดให้กับลู.กหลานสืบต่อไป ก็คือ วิชาความรู้และความหลงใหลในรองเท้า

ต่อมาถึงยุคของ Konrad Birkenstock ที่เป็นหลานชาย ก็ได้เปิดร้านขๅยรองเท้า 2 แห่งขึ้นที่แฟรงก์เฟิร์ต ในปี 1896

พร้อมกับพัฒนาสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้กับตระกูลอย่าง “แผ่นรองรองเท้า (Insole)” แบบตามสั่ง (Customized) เพื่อผลิตและจำหน่ายให้กับช่างทำรองเท้า รวมถึงบริษัทรองเท้าต่าง ๆ

ด้วยจุดเด่นที่ Customized ได้ตามใจ ทำให้บ.ริ.ษั.ทรองเท้าต่าง ๆ สามารถสร้างรองเท้าที่รองรับและปรับรูปเท้าได้ตามที่ต้องการ ต่างจากแผ่นรองรองเท้าทั่วไปในตลาด ที่มีข้อจำกัดมากกว่า

และเมื่อแผ่นรองรองเท้าของ Konrad Birkenstock ถูกอกถูกใจบรรดาลู.กค้า จึงทำให้ธุ.ร.กิ.จของเขา มีออร์เดอร์เข้ามาเป็นจำน.ว.นมาก และเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ

จนกระทั่งในปี 1925 เขาก็ได้ขยายธุ.ร.กิ.จ ด้วยการเข้าซื้.อโรงงานขนาดใหญ่ ในเมืองฟรีดเบิร์ก เพื่อขยายกำลังการผลิตให้สอดรับกับความต้องการของลู.กค้า

รวมถึงได้ส่งออกสินค้าไปขๅยทั่วยุโรป ไม่ว่าจะเป็นออสเตรีย, ฝรั่งเศส, เดนมาร์ก, อิตาลี, ลักเซมเบิร์ก, เบลเยียม, นอร์เวย์, เนเธอร์แลนด์, สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์

ถึงธุ.ร.กิ.จจะประสบความสำเร็จ แต่เส้นทางธุ.ร.กิ.จของตระกูล Birkenstock ยังไปไม่ถึงถนนสายหลัก เพราะต้องพบกับจุดเปลี่ยนอีกครั้งในปี 1964

ทายาทธุ.ร.กิ.จที่ชื่อว่า Karl Birkenstock ได้พัฒนาและเปิดตัวรองเท้าแตะ “Madrid” ภายใต้แบรนด์ Birkenstock คู่แรก แก่สายตาชาวโลก

ซึ่งรองเท้าแตะ Madrid ได้กลายเป็นรุ่นคลาสสิกตลอดกาลของแบรนด์ และเป็นต้นแบบของรองเท้าแตะ Birkenstock ในรุ่นต่อ ๆ มา

ซึ่งจุดเด่นของรองเท้าแตะ Birkenstock ที่ทำให้แบรนด์ได้รับความนิยมตลอดมา นอกจากดีไซน์และความทนทานแล้ว

อีกจุดขๅยที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ นวัตกรรมพื้นรองเท้าที่ทำมาจาก “ไม้คอร์ก” นั่นเอง

โดยพื้นรองเท้าชนิดนี้ เมื่อสวมใส่ไปสักระยะ รองเท้าจะสามารถปรับสภๅพให้เข้ากับรูปเท้าของผู้สวมใส่ได้เอง ทำให้รู้สึกนุ่มขึ้นและใส่สบาย น้ำหนักกำลังดี

อีกทั้งบริเวณส่วนรองรับเท้า จะมีความลึกกว่าปกติ ซึ่งจะช่วยให้กล้ามเนื้อ กระดูกสันหลัง จัดเรียงในลักษณะที่ถูกต้องเวลายืนหรือเดิน

Birkenstock จึงถูกมองว่าเป็นมากกว่ารองเท้าแฟชั่น แต่ยังเป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพอีกด้วย

นอกจากนี้ รองเท้าแตะ Birkenstock ยังทำมาจากวัสดุที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ ทั้งหนังสัตว์ ไม้คอร์ก และเส้นใยปอ ซึ่งไม่ใช่วัสดุสังเคราะห์

ข้อมูลและรูปภาพ: marketthink, mainstand, birkenstocksandals, favforward, Birkenstock Thailand

About ดาวพระศุกร์

View all posts by ดาวพระศุกร์ →