X

รองเท้า ONITSUKA TIGER

รองเท้า ONITSUKA TIGER

จุดกำเนิดของแบรนด์ญี่ปุ่นแบรนด์นี้มาจากอดีตนายทหารผ่านศึกที่ชื่อ Kihachiro Onitsuka ที่เริ่มต้นก่อตั้งบริษัท Onitsuka.Co.,LTD. ในวันที่ 1 กันยายน ปี 1949 หลังจากความพ่ายแพ้ของญี่ปุ่นในเหตุการณ์ส-งคร-า-มโลกครั้งที่ 2 ที่สร้างความสิ้นหวัง

และความบอบช้ำให้กับชาวญี่ปุ่น Onitsuka เองมีความคิดที่จะฟื้นฟูจิตใจและความบอบช้ำดังกล่าวให้กับประชาชนในชาติ จึงเลือกทำธุรกิจผลิตรองเท้ากีฬาโดยเฉพาะ

เพราะเชื่อว่ากีฬานั้นมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจ อีกทั้งยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเหล่าคนรุ่นใหม่ เพื่อในท้ายที่สุดแล้วมันจะส่งผลต่อสังคมและวัฒนธรรมโดยรวม

เขาเริ่มต้นผลิตรองเท้าบาสเก็ตบอลที่ว่ากันว่าผลิตยากที่สุด ด้วยความคิดที่ว่า หากเริ่มต้นทำอะไรที่ยากที่สุดแล้ว ต่อไปเวลาเจออุปสรรคอะไรก็ตามมันจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป

ในปี 1950 ทางบริษัทได้เปิดตัวรองเท้าบาสเก็ตบอลรุ่นแรกที่มีโลโก้รูปเสือ และตั้งชื่อแบรนด์รองเท้าว่า ‘Onitsuka Tiger’ ตามชื่อของเขาเองและสัตว์ที่เขาชื่นชอบ แต่ผลลัพธ์กลับล้มเหลวเพราะมีรูปร่างประหลาดและไม่มีคุณภาพที่ดีพอ

แทนที่เจ้าตัวจะยอมแพ้ เขากลับนำเอาคำแนะนำติชมจากบรรดานักกีฬาและโค้ชมาพัฒนารองเท้าให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น จนในที่สุดก็ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ บริษัทเริ่มขยายรูปแบบสินค้ารองเท้าไปยังกีฬาประเภทอื่นๆ

ทั้งฟุตบอล วิ่ง กอล์ฟ คริกเก็ต มวยปล้ำ วอลเลย์บอล และอีกมากมาย มีช็อปมากกว่า 500 สาขาทั่วญี่ปุ่นในปี 1955 ส่วนโลโก้ข้างรองเท้าของ Onitsuka Tiger ที่เป็นรูปตะเกียบคีบปลาหมึกแบบที่เราเห็นปัจจุบันนั้น เปิดตัวครั้งแรกในปี 1966 ระหว่างการวิ่ง Pre-Olympic สำหรับ 1968 Summer Olympics

ที่เม็กซิโก โดยรองเท้าที่ว่ามีชื่อเรียกว่า Limber Up เป็นรองเท้าคู่แรกของ Onitsuka Tiger ที่มีโลโก้ลายทางดังกล่าว ซึ่งภายหลังรองเท้ารุ่นนี้ได้กลายเป็นรองเท้าไอคอนที่ได้รับความนิยมสูงสุด และได้เปลี่ยนชื่อเรียกรองเท้ารุ่นนี้ไปเป็น ‘Mexico 66’

ในช่วงปลายยุค 50s หลังจากนักศึกษาและนักวิ่งทางไกลจากมหาวิทยาลัย Oregon ที่ชื่อ Phillip Knight จบการศึกษาปริญญาโทสาขาการตลาดสำหรับรองเท้ากีฬา เขาเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อติดต่อกับบริษัท Onitsuka เพราะมองเห็นช่องทางในการทำตลาดด้วยการนำเข้ารองเท้า Onitsuka Tiger ไปวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา

ปี 1963 ฟิลลิป ไนต์ ได้รับ shipment แรกจากทางบริษัท และในเวลาต่อมาเขากับโค้ชกรีฑาของเขาที่ชื่อ Bill Bowerman หนึ่งในโค้ชกรีฑาที่เก่งที่สุดในสหรัฐอเมริกา ได้ชื่อว่าเป็นคนหัวก้าวหน้าและได้รับการยอมรับจากการทดลองสร้างสรรค์รองเท้าวิ่งทำมือ

ที่มีน้ำหนักเบาและรองรับแรงกระแทกได้ดีกว่ารองเท้าในตลาดทั่วไป ได้ลงทุนร่วมกันคนละ 500 ดอลลาร์สหรัฐในการก่อตั้งบริษัท Blue Ribbon Sports ที่ภายหลังเปลี่ยนชื่อมาเป็น Nike.,Inc.

ในปี 1968 Onitsuka Tiger เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นในตลาดสหรัฐอเมริกาจากบริษัท Blue Ribbon Sportsจากช่วงเริ่มต้นที่นำเข้ารองเท้ารุ่น Limber Up เข้าตลาด ไนต์และโบเวอร์แมนเริ่มขยายตลาดไปยังรองเท้าออกกำลังกายทั่วไปที่มีชื่อเรียกว่า Bangkok

และรองเท้า Training ที่ผลิตด้วยหนังสีขาวทั้งคู่และมีพื้นโฟมรองเท้าที่หนาขึ้นที่ชื่อ Cortez ซึ่งรองเท้ารุ่นนี้ไนต์และโบเวอร์แมนร่วมพัฒนาขึ้นมาด้วยกัน

ภายหลังไนต์และโบเวอร์แมนมีปัญหาเรื่องสัญญาธุรกิจกับทาง Onitsuka ที่ปฏิเสธส่งรองเท้ามาให้ข-ายอีกต่อไป จนสิ้นสุดความสัมพันธ์ลงในปี 1971 โบเวอร์แมนจึงได้นำดีไซน์ของ Cortez กลับมาทำเองและวางจำหน่ายในปี 1972 ภายใต้ชื่อแบรนด์

Nike (หลังจากนั้นจึงมีคดีความเรื่องการถือสิทธิครอบครองรองเท้าคู่นี้ ซึ่งทาง Onitsuka Tiger แพ้และต้องเปลี่ยนชื่อรุ่นรองเท้าดังกล่าวไปเป็น Corsair ทั้งที่มีรูปร่างหน้าตาที่เหมือนกันแต่แตกต่างที่โลโก้ข้างรองเท้าเท่านั้น โดยชื่อของ Cortez

นั้นตั้งขึ้นมาเพื่อบลัฟรองเท้าวิ่งของ Adidas คู่หนึ่งที่ชื่อ Azteca Gold ที่วางจำหน่ายในปี 1968 โดย Cortez คือชื่อของชายที่สามารถเอาชนะอาณาจักร Aztec และปัจจุบัน Nike Cortez ได้กลายไปเป็นหนึ่งในรองเท้าไอคอนที่สำคัญที่สุดคู่หนึ่งในประวัติศาสตร์ของ Nike ซึ่งกลายมาเป็นคู่แข่งสำคัญของแบรนด์ Onitsuka Tiger ในเวลาต่อมา)

About ดาวพระศุกร์

View all posts by ดาวพระศุกร์ →