“Kratiam Service”ตัวพ่อในวงการ

“Kratiam Service” คนที่มุ่งมั่น ตามฝันในสิ่งที่ชอบจนก้าวเข้ามาเป็นตัวพ่อในวงการ

 

ไม่สำคัญเสมอไปว่าคุณจะต้องทำงานในด้านที่เรียนจบมา แล้วจึงจะประสบความสำเร็จ หากแต่เลือกทำในสิ่งที่รัก และเป็นตัวเองต่างหาก นั่นจึงจะเรียกว่าความสุข และความสุขในชีวิตนั่นแหละ คือความสำเร็จที่สุด เรื่องอื่นๆ ที่แถมเข้ามาคือผลพลอยได้

“ผมมองว่าเป็น “ผู้ให้” เป็นทั้งพ่อ แม่ อาจารย์ เพราะเขาให้ทุกอย่างกับผม รถ ให้ทั้งเพื่อนที่ดี งานที่ดี ชื่อเสียงที่มี”ถ้าในวงการการ Custom รถคงไม่มีใครไม่รู้จัก อั้ม กระเทียม แห่ง “Kratiam Service” คนที่มุ่งมั่น ตามฝันในสิ่งที่ชอบจนก้าวเข้ามาเป็นตัวพ่อในวงการ

จากคนที่จบด้านภาษา ทำงานเป็นล่ามในบริษัทเอกชน และเริ่มต้นด้วยการแต่งรถของตัวเอง ครูพักลักจำ อาศัยการดูของแต่งจากหลายๆ รุ่น นำจุดเด่นต่างๆ มาผสมผสาน และออกแบบขึ้นมาเป็นชิ้นใหม่ จนกลายเป็นที่ถูกใจเพื่อนๆ ในแวดวง เกิดเป็นการตลาดแบบปากต่อปาก

จนมีคนสั่งให้แต่งรถตามแบบฉบับของเขา จากหนึ่ง เป็น สอง เป็นสามคัน แบบไร้จุดจบ จึงเกิดเป็นธุรกิจ สร้างรายได้มากกว่างานประจำ จนทำให้ต้องออกจากงานที่ตรงสายการเรียน เพื่อมาเริ่มต้นงานในสายที่รักจนเติบโตในทุกวันนี้

“ผมใช้เวลาว่างจากงานประจำมาทำ ในหนึ่งสัปดาห์ บริษัทผมหยุดแค่วันอาทิตย์วันเดียว ผมก็ใช้เวลาตรงนั้น มาทำธุรกิจเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มนี้มาเรื่อยๆ จนมายอดสั่งเข้ามามาก จนต้องไปขอลาเจ้านายเพิ่ม ทุกวันเสาร์ แต่โชคดีที่ผมได้เจ้านายดี

ซึ่งเขาก็สนับสนุน และให้ลาแบบที่หักเงินไป ซึ่งผมก็ยอมแลก เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมชอบ และรู้สึกสนุก ทำแบบนี้มาอยู่ประมาณครึ่งปี ปราดฏว่าเฉพาะเสาร์อาทิตย์ ในหนึ่งเดือนผมได้รายได้เข้ามามากกว่าการเป็นล่าม ทำแบบนี้มาตลอดสองปี จนต้องตัดสินใจขอลาออก”

จุดเริ่มต้นของการสนใจเรื่องรถ“ผมสนใจเรื่องรถราวๆ อายุ 13 มันเป็นความเริ่มชอบที่อยากจะขับ ตอนนั้นผมเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่น ขโมยรถคุณแม่ออกมาขับโดยที่ไม่มีใครสอนขับ ซึ่งเป็นการครูพักลักจำ เพราะรถญี่ปุ่นสมัยนั้นเป็นเกียร์ออโตแล้วครับ เลยขับง่าย พอขับไปขับมาเรื่อยๆ ก็เริ่มคล่องเอง จนคุณแม่บอกว่าไม่ต้องขโมยหรอก ถ้าอยากขับก็เอาไปขับเลย

ช่วงนั้น nissan savannah x7 กำลังมา ผมชอบมาก ก็ทำงานที่ร้านคุณแม่ แล้วก็เก็บเงิน ท่านก็ช่วย ก็ซื้อมาเป็นคันแรกในชีวิต เพราะที่ญี่ปุ่นราคาถูกมาก ประมาณ 60,000 บ-า-ท พอกลับมาไทย เล่าให้เพื่อนฟังว่าซื้อรุ่นนี้ขับได้ในราคาเท่านี้ ทุกคนแปลกใจมาก และทั้งๆ ที่ตอนนั้นขับเกียร์กระปุกไม่เป็น จนซื้อมาแล้วก็ฝึกเองจนคล่อง พอย้ายกลับมาไทย

ด้วยความที่ผมไปอยู่ที่นั่นมาตั้งแต่เด็ก พอมาเห็นราคารถในไทยแล้วตกใจมาก เพราะหลายแสน โดยที่คันแรกที่ใช้ในไทยคือ Mazda Astina แล้วก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้รู้สึกว่า รถบ้านเราไม่ค่อยมีของแต่งที่สวยๆ ผมเลยเริ่มปั้นเองตามแบบที่ผมชอบ”เริ่มหันมาสนใจ Super Car ได้อย่างไร“พื้นฐานผมเป็นคนชอบรถ เมื่อชอบแล้วเชื่อว่าทุกคนก็จะต้องมีฝัน ผมก็เช่นกัน

ฝันว่าอยากจะเก็บเงินซื้อรถสักคัน และรุ่นต่อไปจะเป็นอะไรดี เลยขยับจาก Mazda Astina มาเป็น Mazda 2 ใช้อยู่พักหนึ่ง ก็เริ่มขยับ จากที่ชอบ Mazda RX7 มาก ก็เลยเก็บเงินจากการทำ Body Part มาซื้อด้วยเงินสด ซื้อมาก็เริ่มแต่งตามสไตล์ที่ผมชอบ ทำไปทำมา ด้วยอายุที่เพิ่มขึ้น ผมก็รู้สึกว่าขับเหนื่อย คลัชท์แข็งมาก

ขับเหนื่อย ผมเลยเลือกขยับมาเป็น TOYOTA FT86 และขาย RX7 ออกไป แล้วก็แต่งเองอีก ซึ่งพอแต่งมา กลุ่มเพื่อนๆ ที่ขับรถแต่งเขาก็จัดอันดับเล่นๆ กัน แล้วให้รถผมติดอันดับ 1 ใน 5 ของเมืองไทยที่สวยที่สุดแน่นอน เพราะถ้าผมแต่งรถ ผมค่อนข้างบ้า แต่งให้สุด มีเท่าไหร่ ใส่ไม่ยั้ง รถทุกคันที่แต่งผมแทบจะยกทุกอย่างออกหมด

ซูปเปอร์คาร์คันแรกที่ซื้อมา คือ Ford Mustang แม้ว่าต่างประเทศเขาจะไม่ได้จัดให้เป็น Super Car แต่บ้านเราเรียกแบบนั้น ซึ่งผมก็จัดคันนี้มา ที่ชอบคือจริงๆ อยากได้ Porsche 718 แต่ตอนนั้นน่าจะผ่อนเหนื่อย เลยดร็อปลงมาเป็น Mustang พอใช้ไปใช้มามันเดิมๆ ผมอยู่ไม่ได้

เลยมาคิดทำบอดี้ใหม่ แล้วกลายเป็นออกมาปัง โดยที่ดาราหลายๆ คนเอามาแต่งกับผม จนปากต่อปาก แล้วกลายเป็นธุรกิจหลัก ถ้าดาราที่เปิดเผยได้ก็น่าจะเป็น ครูเต้ย ที่เป็นนักร้อง เขาก็เอามาแต่งกับผม เพราะความคิดเราคล้ายๆ กัน ชอบความโดดเด่น และแตกต่างในเรื่องรถ”

สิ่งที่จุดประกายให้อยากแต่งรถ“ผมว่าไม่น่าจะมีอะไรจุดประกาย แต่อาจจะเป็นด้วยนิสัยส่วนตัวมากกว่า ด้วยความวัยรุ่น ผมต้องการขิง คือต้องไม่เหมือนใคร ชอบความแตกต่าง เด่นกว่าคันอื่นๆ”
ความผูกพันกับรถคันโปรด

“คันสีม่วง Lamborghini Carado คันนี้ได้มากจากหลังจากที่ขาย GTR ซึ่งเป็นคันที่ซื้อมาหลังจากขาย Mustang ออกไป โดยที่กลไกการตลาดของผมคือซื้อมา แต่งให้สุด และสวยตามสไตล์ผม แล้วขายออกไปในราคาที่ไม่เคยขาดทุน จาก Mustang ก็เปลี่ยนมาเป็น GTR คันนี้ก็แต่งเต็มเหมือนกัน

จนขยับมาเป็นคันที่เห็นล่าสุดนี้ครับ โดยจุดเปลี่ยนมาเป็น Super Car ที่เรียกว่า upper class high performance car มันมีอยู่แค่ประมาณ 4 ชั่วโมง คือตัดสินใจว่าจะเป็นคันไหนดี ก็ดูไปเรื่อยๆ แล้วชอบมากเลยคิดว่าจะต้องไป Lamborghini แล้วล่ะ แต่แฟนบอกถ้าอยากจะเปลี่ยนก็ให้ขายคันเดิมให้ได้ก่อน แฟนก็ขอรูปไป พร้อมกับราคาที่อยากขาย ผมบอกไป 6.9 ล้าน

ทั้งที่ผมซื้อมา 5 ล้า-นบ-าท พอลงรูปไปไม่ถึง 17 นาที มีคนติดต่อมาแล้ว มีคนโทรมาขอซื้อ เขาขอจองด้วยมัดจำ 1 ล้า-นบ-า-ท แล้วโอนทันที อย่าเพิ่งให้ใคร โทรมาว่าเอาแน่ๆ เดี๋ยวขอดูไฟลท์บินมาก่อน ซึ่งเขาอยู่พิษณุโลก วันรุ่งขึ้นก็ออกเลย พอขายออก ผมก็เอาเงินไปดาวน์ Lamborghini Carado ทันที พอได้มาก็เอามาแต่งอีก แล้วลูกค้าก็สนใจอีก จนถึงปีล่าสุด เลยตัดสินใจอยากแต่ง McLaren เลยมาเป็นคันสีฟ้านี้ครับ”

การใช้ Super Car บ่งบอกความเป็นตัวเองอย่างไร“สำหรับผม มองว่ามันไม่ได้บอกความหรูหราหรืออะไรนะ เพราะผมเป็นคนติดดินก็ว่าได้ ทุกวันนี้ยังมี Toyota soluna อยู่คัน ที่ใช้ประจำ ซึ่งก็เป็นคันที่ผมเอามาทำใหม่จนสวย แล้วผมก็ใช้คันนั้น แต่ถ้าจะบ่งบอกความเป็นตัวผมจริงๆ น่าจะเป็นการ Custom มากกว่า คือถ้าใครเห็นรถของผมบนถนน ถ้าเป็นคนในวงการเขาจะรู้เลยว่าเป็นรถของ อั้ม กระเทียม”

รถในฝัน“ที่เล็งไว้ อยากได้เป็น Lamborghini Huracán EVO ที่ชอบเพราะผมชอบ Lamborghini สังคมนี้เขาน่ารัก เขาไม่ได้ถือตัว เขาลุยมาทุกรูปแบบ เที่ยว กิน นอนได้ตั้งแต่กางเต็นท์นอนติดดิน จนไปถึงนอนโรงแรมห้าดาวก็ทำได้หมด”

เปรียบรถเป็นอะไรในชีวิต“ผมมองว่ารถเป็น “ผู้ให้” เป็นทั้งพ่อ แม่ อาจารย์ เพราะเขาให้ทุกอย่างกับผม รถ ให้ทั้งเพื่อนที่ดี งานที่ดี ชื่อเสียงที่มี ทุกๆ วันพระ ผมจะซื้อพวงมาลัยมาไหว้เขา คนรอบตัวผมจะรู้ว่าผมให้รถอยู่ในขีดสุดมาก”ฝากถึงคนใช้รถใช้ถนน

“อยากให้พยายามขับให้ระมัดระวัง ไม่อยากให้รถช้าแช่ขวา เพราะตอนนี้เลนส์ขวา กลายเป็นเลนส์ที่รถวิ่งช้าที่สุด แล้วอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น หนึ่งคือบ้านเราไม่ค่อยมีไหล่ทางให้รถเสีย หรือมีปัญหาเข้าไปจอด พอรถวิ่งมาเร็วๆ ออกไปก็จะมองไม่เห็นเลยเกิดเป็นอุบัติเหตุ อยากให้ทุกคนมีน้ำใจกันบ้างบนท้องถนน เพราะเมื่อไหร่ที่ผมเปิดไฟเลี้ยว รถข้างหลังเห็นก็จะรีบเร่งแรงขึ้นมาตลอด ทุกวันนี้โรงงานแทบจะไม่ต้องทำไฟเลี้ยวออกมาขายแล้วครับ” (หัวเราะ)

เรื่อง : กองบรรณาธิการ
ภาพ : GiGi Blockshot
เรียบเรียงข้อมูลโดย GRAND PRIX ONLINE

About ดาวพระศุกร์

View all posts by ดาวพระศุกร์ →