X

สัมภาษณ์ อนุวัต จัดให้

สัมภาษณ์ อนุวัต เฟื่องทองแดง นักข่าวเจนสนามที่ครั้งหนึ่งเคยเกลี-ย-ดข่าวเข้–าไ-ส้

อนุวัต เฟื่องทองแดง (หนุ่ม) เกิดวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2519 จบการศึกษาปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตประวัติการทำงาน เขาเคยผู้ประกาศข่าว ไอทีวี ถึง 8 ปี(พ.ศ. 2542-พ.ศ. 2550) ก่อนจะย้ายมาเป็นผู้ประกาศข่าวของช่อง 7 สี และมีรายการข่าวในช่วง เจาะประเด็น ข่าวภาคค่ำ ช่วงที่ 1 ช่วง อนุวัต จัดให้ อันเป็นที่มาของสโลแกนของเขานั่นเอง

“ไม่ ไม่ชอบข่าว เกลียด ไม่ชอบ นักข่าวต้องกั-ดก้อ-นเกลื-อกินแน่นอน นักข่าวไ-ส้แห้-ง เราได้ยินแบบนี้มาตลอด จนคิดว่าจะไม่เป็นนักข่าวแน่ๆ”น้ำเสียงของ อนุวัต เฟื่องทองแดง หนักแน่นและจริงจัง แต่แววตากลับวิบวับเป็นประกาย เมื่อพูดถึงอาชีพที่ไม่อยากเป็น อย่าง “นักข่าว” แต่วันหนึ่งเมื่อประตูแห่งโอกาสเปิดต้อนรับ อนุวัตก็ไม่รีรอที่จะเดินเข้าไปอีกโลก-โลกที่เขาเคยปฏิเสธมันมาตลอด เพื่อเรียนรู้ แสวงหาเรื่องราวและประสบการณ์ใหม่ๆ ซึ่งนับถึงทุกวันนี้ก็กว่า 20 ปีแล้วที่เขาโลดแล่นอยู่ในวงการสื่อ

ถ้าตัวละครหลักในละครดร-าม-าหลังข่าวสักเรื่องต้องฝ่าฟันอุปสรรค ชีวิตของอนุวัตก็คงไม่แตกต่างจากเรื่องราวในจอแก้วนั้นสักเท่าไหร่ เพราะกว่าจะมาเป็นผู้ประกาศข่าวช่อง 7 และนักข่าวเจ้าของรายการ “อนุวัตจัดให้” ที่ท่องไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำทั้งในไทย และแว้บไปต่างประเทศบ้างเป็นบางคราว เสี่ยงต-า-ยไปหาเรื่องแปลกๆ ของแปลกๆ มานำเสนอ บางครั้งโ-ห-ดหิ-นถึงขั้นเหนื่อยแท-บส-ล-บเห-มือด แต่โดนใจคนดูจนขึ้นแท่นเป็นนักข่าวขาลุยขวัญใจชาวบ้านทั่วประเทศอย่างทุกวันนี้

อนุวัตต้องเสียความมั่นใจและเ-สี-ยน้ำตาไปหลายครั้งหล-ายหน!ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ได้ทำให้อนุวัตยกเลิกความตั้งใจที่จะเดินบนเส้นทางอาชีพนักข่าว ตรงกันข้าม เขาแปรความล้มเหลวเป็นพลัง พลิกจุดอ่อนให้กลายเป็นจุดแข็ง พร้อมกับพัฒนาตัวเองเพื่อให้พร้อมสำหรับการเป็น “ตัวจริง” ในสนามข่าวให้ได้ ซึ่งเขาก็ทำได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้เสียด้วย

“ไม่เคยคิดว่าจะมาอยู่หน้าจอ ไม่เคยคิดว่าจะต้องเป็นผู้สื่อข่าวที่ใครรู้จัก ก็ทำอาชีพนักข่าวของเราไป ทำตรงนั้นให้เต็มที่ โอกาสมา ดวงมี มันทำให้เราก้าวมาไกลเกินฝัน จนคิดว่าไม่รู้จะไปไกลจากนี้ได้อีกเท่าไหร่”คือความรู้สึกของอนุวัต นักข่าวที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมาไกลได้ขนาดนี้ เป็นคนชอบเรียนไหมอนุวัต : เรามีพี่น้อง 5 คน เป็นเด็กบ้านนอก อยู่ลำลูกกา ปทุมธานี เด็กๆ ชอบอยู่ตามทุ่งตามนา ไปช้อนปลากัด ก็จะคิดเสมอว่าเราเป็นเด็กไม่เก่ง แบบเพื่อนอ่านหนังสือกัน แต่เราไปช้อนปลากัด

ป๋ากับแม่อยากให้เก่งภาษาอังกฤษ ก็ย้ายเราไปเรียนโรงเรียนเซนต์เทเรซา ซึ่งที่นั่นเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่อนุบาล แต่เราเรียนโรงเรียนวัดมาไง ไปถึงไม่มีโอกาสท่อง A B C D นะ ต้องท่อง cat rat เลย ทำให้ไม่ชอบภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ต้น และเป็นคนไม่ชอบเรียนด้วย พอ ม.ปลาย สอบที่ไหนก็ไม่ได้ สุดท้ายเลยไปเรียนที่โรงเรียนศรีพฤฒา เรียนสายวิทย์ ปรากฏตกทั้งฟิสิกส์ เคมี คณิต อังกฤษ เว้นชีวะที่ได้เกรด 1 หลายคนถามว่าทำไมสอบได้ประมาณนี้ ก็บอกแม่ว่าอยู่ในช่วงปรับตัวนะแม่ (หัวเราะ)

เราถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่าต้องเป็นหมอ เป็นวิศวกร เพราะเงินเดือนดี เป็นที่นับหน้าถือตา แต่กลับกันเราโ-ง่มาก ไม่ค่อยตั้งใจเรียน เลยคิดสอบเทียบเอา บอกที่บ้านว่าจะไปติว ซึ่งก็ติวจริงๆ กลางวันติวแต่กลางคืนไปฟีบัส คือเป็นคนเที่ยว ติดเพื่อน สรุปเอ็นทรานซ์ไม่ติด แต่ก็ยังเที่ยวอยู่ จนวันหนึ่ง 10 โมง พี่สาวเข้ามาถามว่ายังอยากเรียนอยู่ไหม ม.รังสิต

เปิดรับสมัครวันสุดท้าย จะไปหรือเปล่า เราก็เลยตั้งสติ ตอนนั้นคิดว่าสายวิทย์คงไม่เหมาะกับเรา คงต้องไปสายศิลป์ ทีนี้เราเก่งอย่างเดียวคือการพูด เพราะฉะนั้นถ้าไปสายนิเทศแล้วเก่งพูด ก็น่าจะไปกันได้ เลยไปสมัครที่คณะนิเทศศาสตร์ ม.รังสิตคือเราไปหลงมัวเมาว่าต้องเป็นแพทย์ เป็นแพทย์ไม่ได้เสร็จก็-สัต-วแพทย์ อ้าว…ย-ากไป เป็นเภสัชก็ยังดี สุดท้ายพอค้นหาตัวเองได้ก็คิดว่ามาทางนิเทศเหมาะกว่า

ตอนนั้นคิดทำงานสายข่าวเลยหรือเปล่าอนุวัต : ไม่ ไม่ชอบข่าว เกลียด ไม่ชอบ (ลากเสียงยาว) นักข่าวต้องกัดก้อนเกลือกินแน่นอน นักข่าวไส้แห้ง เราได้ยินแบบนี้มาตลอด จนคิดว่าจะไม่เป็นนักข่าวแน่ๆ ก็จะไปสนใจวิชาละคร วิทยุ ดีเจ เพราะอยากเป็นดีเจ ชีวิตนี้เราพูดเก่งอย่างเดียวไง (หัวเราะ) ทีนี้มีวิชาบังคับคือการเขียนข่าวเบื้องต้น ซึ่งอาจารย์บอกว่าต้องส่งเปเปอร์ทุกอาทิตย์

เลยถามอาจารย์ว่าส่งเลทได้ไหม เพราะจะไปเที่ยวต่างจังหวัด อาจารย์เลยให้เลือกระหว่างการไปเที่ยวต่างจังหวัดกับติ-ดเอ-ฟ กับการส่งเปเปอร์แล้วผ่าน ดู…ขี้เลื่อยอยู่ข้างใน ก็เลือกไปเที่ยวแล้วติดเอฟ นี่คือการเรียนข่าวที่บอกเลยว่าตัวเองไม่สนใจมาตั้งแต่ต้นจนปี 3 ถือเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต อ.ลักษณา คล้ายแก้ว ที่สอนข่าว มาบอกว่าไอทีวีมีประกวดสกู๊ปข่าว สนใจไหม ก็ตอบไปว่าไม่สนใจ แต่พออาจารย์บอกว่าที่หนึ่งได้ 30,000 บ-า-ท

ตอนนั้นตาโต พลุ่งพล่านมาก (หัวเราะ) เพราะจะได้เอาไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเที่ยวกลางคืน คิดเลยว่าส่งประกวดไอทีวีต้องเป็นเรื่องที่แรง เลยทำเรื่องเซ็กส์ในโรงหนัง ปลอมตัว ไปแอบถ่ายเขามีอะไรกันในโรงหนัง ได้ฟุตเทจที่ดีมาก โจ๋งครึ่มยันรูขุมขน คิดว่างานชิ้นนี้ต้องได้ 30,000 ถ้าไม่ได้ เอาวะ! อย่างน้อยต้องได้ 10,000 เราตัดต่อนู่นนี่นั่นโดยไม่มีความรู้แล้วส่งไปไอทีวี เพื่อนที่ฝึกงานที่นั่นบอกว่า

“งานมึงถูกโยนทิ้งถังข-ย-ะเป็นชิ้นแรกเลย” ตอนนั้นก็คิดว่าทำไมล่ะ แต่ก็จบแค่นั้น เพราะไปเที่ยวต่อทีนี้ปี 4 ต้องจบ อ.ลักษณาก็มาอีก บอกว่า “ถ้าหนุ่มทำสกู๊ปตัวนี้เป็นธีสิส หนุ่มเริ่มมา 50% แล้ว ไปทำต่ออีก 50% หนุ่มจะจบเร็วกว่าเพื่อน” ในใจคิดเลยว่าจบเร็วจะได้มีเวลาเที่ยวต่างจังหวัดได้อีก แต่ก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่าไอทีวีโยนงานเราทิ้ง แล้วจะทำสกู๊ปตัวนี้อย่างไรให้ออกมาดี ทีนี้เลยกลับบ้านเปิดข่าวไอทีวีดูทุกวัน ดูว่าข่าวที่ดีเป็นอย่างไร ดูยันชื่อบรรณาธิการข่าวแล้วจดๆ

ตอนนั้นบรรณาธิการข่าวสังคมคือ จอม เพชรประดับ ก็ต่อสายหาพี่จอมแบบมั่นใจไร้สติมาก บอกว่า “พี่จอมครับ ผมอนุวัตนะครับ พี่ไม่รู้จักผมหรอกครับ ผมเป็นนักศึกษา ม.รังสิต มีสกู๊ปชิ้นหนึ่งแต่งานออกมาไม่ดี ผมอยากรู้ว่าสกู๊ปข่าวสังคมที่ดีต้องทำยังไง พี่ช่วยชี้แนะผมได้มั้ย” พี่จอมน่ารั-กมาก บอกว่ามาสิ ก็ห-อบงานไปอาคารไทยพาณิชย์ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน พี่จอมเปิดดูผลงานแล้วบอกว่าแย่มาก แต่พี่จอมก็สอนด้วย

พี่จอมเป็นเหมือนคนที่ทำให้องคุลีมาลกลับใจ เราคิดว่าได้ฟุตเทจดีๆ เราคิดว่าเราแน่ แต่จริงๆ ไม่ใช่ เราเหมือนกบในกะลาครอบ วันนั้นเหมือนมีอะไรฟ-า-ดมาที่หัว ปึ้ง! ตื่นเสียทีหนุ่ม พอพี่จอมสอนไม่กี่ชั่วโมง เราก็โน้ตไว้ แล้วกลับไปทำการบ้าน เริ่มรู้แล้วว่าข่าวที่ดีเป็นแบบไหน ก็เริ่มเขียนใหม่ กลายเป็นธีสิสที่เมื่อทุกคนอ่านแล้วบอกว่ามันผิดจากหลังตีนเป็นหน้ามือเลย (ยิ้ม)

ถึงจะไม่ชอบงานข่าว แต่ก็ไปทำงานที่ “แปซิฟิค” ซึ่งเป็นองค์กรที่สร้างคนข่าวในวงการเยอะมาก?อนุวัต : เริ่มจากเคยไปฝึกงานสารคดีการเกษตรที่แปซิฟิค ซึ่งที่นั่นมี จส.100 ด้วย แล้วตอนเราจบเขาขา-ดคนพอดี พี่เหมี่ยว-สันทนา ชาตินักรบ ก็ชวนไปทำงานเขียนสกู๊ปสารคดีเกษตร ไปทำงานที่นั่นก็มีความสุข ได้รู้จักนักข่าวศูนย์ข่าวแปซิฟิค อย่าง พี่จู-สังกมา สารวัตร พี่โจ-ธีระ ธัญญอนันต์ผล และปรมาจารย์ด้านข่าวคนอื่นๆ เยอะมาก แต่เราก็ยังดูข่าวไอทีวีอยู่เหมือนเดิม

พอทำได้ปีเดียว ความมั่นใจไร้สติของอนุวัตกลับมาอีกรอบ นั่งดูไอทีวีแล้วขนลุก ทำไมเหตุระเบิดไม่มีเรา ทำไมเหตุการณ์การเมืองแบบนี้ไม่มีเรา เลยลงไปหา พี่เก่ง-พัชราภรณ์ ชมกลิ่น ผ.อ.ฝ่ายข่าว “สวัสดีครับ อนุวัตจากสารคดีเกษตรชั้น 7 ครับ ผมอยากทำข่าวครับพี่ ขอมาทำที่ศูนย์ข่าวฯ ได้มั้ยครับ” พี่เก่งก็น่ารักมาก บอกมาสิๆ แล้วถามว่าเริ่มได้เมื่อไหร่ เลยบอกว่าเดือนหน้าได้เลยครับ เป็นไงฮะ…ตัดสินใจอะไรไม่ถามผู้ใหญ่สักคำ (หัวเราะ)

พอพี่เก่งรับเราปุ๊บ เราก็ไปหาพี่เหมี่ยวซึ่งเป็นหัวหน้างาน แล้วบอกว่าขอย้ายไปอยู่ศูนย์ข่าวฯ ได้ไหม สิ่งแรกที่พี่เหมี่ยวบอกคือ “พี่รู้มาตลอดว่าหนุ่มไม่เหมาะกับสารคดี หนุ่มเหมาะกับข่าว ลงไปทำข่าวแล้วทำให้มันดีนะ” เราก็ครับพี่ชีวิตเหมือนจะสวยหรู แต่วันรุ่งขึ้นเหมือนต-กนร-กทั้งเป็น เพราะความโง่ที่อยู่ในหัวสมอง ตั้งแต่ตอนเรียนเราไม่เคยเรียนรู้เรื่องการทำข่าวหรือเขียนข่าวอย่างไรให้ออกมาดี พออยู่ศูนย์ข่าวฯ ทุกคนเก่งๆ ทั้งนั้น โจ๊ก-นพจรส ใจเกษม ก้อย-ติชิลา พุทธสาระพันธ์ กร-บุษกร อังคณิต

เป็นเด็กหน้าห้อง พัฒนาการดีหมด ลงเสียงได้ อ่านข่าวได้ ทำข่าวไว แต่นี่เหมือนเด็กที่นั่งเหวออยู่หลังห้อง เฮ้ย…เราทำไม่ได้ เสียเซลฟ์มาก นอนร้องไ-ห้ทุกวันเพราะทำไม่ได้อย่างเพื่อน มันอึดอัด จากคนที่มีความมั่นใจก็เริ่มถอยไปทีละนิด ทั้งที่เราอายุเยอะกว่าคนอื่น

ตามประเด็นไม่ได้เลยหรืออนุวัต : เราจับประเด็นไม่เป็น เพราะสมัยเรียนชอบเที่ยวอย่างเดียว ตอนนั้นนักข่าวศูนย์ข่าวแปซิฟิคต้องทำทั้งประเด็นเศรษฐกิจ การเมือง สังคม อาชญากรรม คุณต้องรอบรู้ แต่นี่ไม่ได้เลย มีวันหนึ่งทำข่าวสัมภาษณ์ในสถานี บ.ก.ถามว่าอีก 15 นาทีข่าวต้นชั่วโมงจะออก เขียนทันไหม ก็ตอบไปว่าไม่ทัน บ.ก.เลยบอกว่าถ้าไม่ทันก็ออกไป แล้วศูนย์ข่าวฯ เป็นอะไรที่กดดันมาก เพราะคนฟังเยอะ ไปทำข่าวบางข่าว เขียนก็ช้า พัฒนาการก็ช้า สติสตังหลุด ข่าวใหญ่บางข่าวเขาไว้ใจให้ไปทำก็ดันรายงานไม่ดี จนในศูนย์ข่าวฯ ยังบอกเลยว่ามันจะร-อดไหม

กลับบ้านมานอนร้-องไ-ห้อีกแล้ว เรามาผิดรึเปล่า ทั้งที่ทำงานมา 2-3 ปีแล้วนะ พอมีความมั่นใจแล้วมาเจอแต่กรวดแต่หิน มันไม่สบาย ส่องกระจกดูตัวเองแล้วก็คิดว่าเพราะเราไม่ใส่ใจ ไม่ทำการบ้าน ถ้างั้นฮึดสู้ใหม่ดีไหม วันรุ่งขึ้นแอบข-โ-ม-ยหนังสือพิมพ์ที่แปซิฟิคกลับบ้าน คือตอนนั้นเงินเดือนน้อยไง เอาไปอ่านทุกวัน ตามประเด็นข่าว อ่านออกเสียงทุกวัน จนพัฒนาการดีขึ้นจนทำข่าวได้ แล้วมีบายไลน์นะ ข่าวต้นชั่วโมง อนุวัต เฟื่องทองแดง ศูนย์ข่าวแปซิฟิค รายงานจากรัฐสภา แล้วเพื่อนเราที่ฟังก็แบบ เฮ้ยหนุ่มมีเสียงมึงด้วย เราก็แบบเฮ้ยกูทำได้ (ยิ้ม)

ศูนย์ข่าวแปซิฟิคเป็นโรงเรียนที่ดีโรงเรียนแรกของการทำข่าว ความกระตือรือร้น การทำข่าว การเขียนข่าว การจับประเด็น มาจากที่นี่ทั้งหมด มีเพื่อนๆ รอบข้างที่ให้กำลังใจจากไม่ชอบข่าว ก็เริ่มมีดีเอ็นเอของความเป็นคนข่าว? อนุวัต : ใช่ พอทำศูนย์ข่าวได้ปีครึ่ง พวกพี่โจ-ธีระ ไปอยู่ไอทีวี เขาบอกว่าขาดนักข่าวการเมือง 2 ตำแหน่ง ลองมาสอบไหม ช่วงนั้นใครๆ ก็อยากเข้าไอทีวี

เหมือนเป็นแหล่งรวมไอดอลเรื่องข่าวทั้งหมด เราชอบดูข่าวไอทีวีด้วย ก็เลยลอง ปรากฏสอบผ่านทฤษฎีเข้ารอบสองที่เป็นสอบเปิดหน้า คนที่ตัดสินคือ ตวงพร อัศววิไล เชิงชาย หว่างอุ่น และ กิตติ สิงหาปัด ก็ผ่านไปเข้ารอบสามเป็นรอบตัดเชือกคือสัมภาษณ์ รอบนี้มีรุ่นเก๋าๆ ในสนามข่าวที่เรารู้จักมากันหมดเลย แยม-ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ก็มา แล้วเรารู้สึกว่าแยม…แกได้แน่ (หัวเราะ)

รอบนั้นมีกรรมการ 5 คน มี สำราญ รอดเพชร วสันต์ ภัยหลีกลี้ เชิงชาย หว่างอุ่น ตวงพร อัศววิไล และหัวหน้าฝ่ายบุคคลอีก 1 คนคนแรกที่สอบสัมภาษณ์แล้วเขาหยิบใส่ตะกร้าเอาแน่นอนคือฐปณีย์ ซึ่งอเลิร์ทมาก เก่งทุกอย่างตั้งแต่สมัยอยู่ไอเอ็นเอ็น ทีนี้เหลืออีกหนึ่ง เราก็สัมภาษณ์ไปตามปกติ แล้วพี่หนึ่ง-เชิงชาย ก็โทรมาบอกว่าตกลงรับนะ เราก็อ้าวเฮ้ย ทำไมไม่เอาคนอื่นที่ดูมีภูมิหรือเก่งในสนามกว่าเราเยอะ

เขาบอกใช้วิธียกมือโหวต 5 คน ตัดสินว่าจะเอาใคร ซึ่งเสียงที่ตัดสินคือหัวหน้าฝ่ายบุคคล เขาบอกว่าดูท่าแล้วเราน่าจะไปกับข่าวได้ ดูพลิกแพลงได้ เราก็เอ้า! ไปกับแยมเว้ย (หัวเราะ) ก็เป็นครั้งแรกที่ได้ทำงานไอทีวีพร้อมฐปณีย์ ไปอยู่ข่าวการเมือง มี อรัญญา อุ่นแสง มัลลิกา บุญมีตระกูล ฯลฯ แล้วก็ไปดู พี่จอย-จตุรงค์ สุขเอียด พี่บ๊อบ-อลงกรณ์ เหมือนดาว ดูคนเก่งๆ เขาทำงาน เราก็ซึมซับ ครูพักลักจำเขามา ทำข่าวแบบนี้นะ เปิดหน้าแบบนี้นะ

เท่ากับว่าทั้งศูนย์ข่าวแปซิฟิคและไอทีวีคือสถานที่หล่อหลอมความเป็น “คนข่าว” ของอนุวัต?อนุวัต : ใช่ เราได้ความกล้ามาจากมหาวิทยาลัย แต่เราไม่เอาปัญญาเขามา ทั้งที่เขามีเยอะ แต่เราติดเที่ยวไง เรามาเรียนรู้การทำงานจากที่ต่างๆ หล่อหลอมจนเรารู้สึกว่าเราก็พอทำข่าวได้สุดท้ายไอทีวีปิด พี่หน่อง-สมเกียรติ เจริญภิญโญยิ่ง พี่โภชน์-สมโภชน์ โตรักษา ที่อยู่ช่อง 7 ถามว่าสนใจมาช่อง 7 ไหม ตอนนั้นที่มาก็ประมาณปี 2551 แต่ก็บอกพี่ๆ ว่า ช่อง 7 เป็นข่าวสั้นๆ เราทำข่าวสั้นๆ ไม่เป็นนะพี่ เขาก็บอกว่าที่ให้มาเพราะจะเปลี่ยนรูปแบบข่าวให้เข้มข้นมากขึ้น ให้หนุ่มอ่านข่าวตี 5 เสร็จปุ๊บไปวิ่งข่าวการเมือง กลับมาทำเฉพาะกิจ และอ่านข่าวดึกด้วย เพราะฉะนั้นตี 2 ตี 3 ก็จะเริ่มเห็นตาอนุวัตเป็นแพนด้า ลิ้นไม่ค่อยไปแล้ว (หัวเราะ) แต่ก็เป็นตัวสอนอะไรเราหลายอย่างเราอยู่สายการเมือง ก็พอคาดได้ว่าวันนี้จะเกิดอะไร แต่ข่าวสถานการณ์ก็ต้องตามอย่างน้ำท่วม ไฟไหม้ นี่คือสิ่งที่เราทำมาตั้งแต่สมัยอยู่แปซิฟิค ต้องมีความรู้รอบตัว ไหวพริบปฏิภาณที่สั่งสมมาก็เอามาใช้หมด

About ดาวพระศุกร์

View all posts by ดาวพระศุกร์ →