พลิกชีวิต “ลูกจ้าง” ปั้นแบรนด์ดัง ทยานสู่ 1000 ล.

พลิกชีวิต “ลูกจ้าง” ปั้นแบรนด์ดังทยานสู่ 1000 ล.

ชีวิต…สานฝัน จากเด็กอิสาน พลิกชีวิตลูกจ้างสู่เศรษฐี เครื่องสำอาง เดิมมาดิก ที่มีจำหน่ายบนห้างสรรพสินค้าดังทั่วประเทศ และร้านวัตสันกว่า 520 สาขา!!!ชีวิตของคนเรามีทั้งด้านดีและด้านไม่ดี มีทั้งรวยและจน อยู่ที่แต่ละคนจะเลือกว่าอยากมีความสุขหรือความทุกข์

แต่สำหรับ เธอ คุณคะน้า (ภัทร์ภัสสร) หรือ พิชยา ชัยหิรัญธาดา เจ้าของ แบรนด์ เดิมมาดิก ได้เลือกเส้นทางชีวิตให้ตัวเองด้วยการตั้งเป้าไว้ว่า อยากรวย เพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาครอบครัว พ่อแม่ และช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่ใช่เพื่อความสุขสบายของตัวเอง จากเด็กอิสานพลิกชีวิตลูกจ้างสู่เศรษฐีเครื่องสำอางและโรงงานผลิตอาหารสริมชื่อดัง วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเธอ พร้อมเรื่องราวเคล็ดลับการเป็นเศรษฐีและปรัชญาดี ๆ เพื่อใช้ในการดำเนินชีวิต

ตั้งแต่จำความได้ครอบครัวของเรา มีฐานะปานกลาง พ่อแม่ทำงานรับราชการ คะน้ามีน้องชาย 1 คน ซึ่งชีวิตความเป็นอยู่ ของครอบครัวก็ปกติทั่วไป พ่อ กับแม่ต้องทำงานพิเศษเพิ่มเพื่อช่วยวิกฤติภายในครอบครัวมีหนี้สินเหมือนครอบครัวทั่วไปเจอมรสุมวิกฤติการเงินเหมือนกันกับบ้านอื่น ครอบครัวคะน้าไม่ปิดบังลูกเวลามีปัญหาอะไรจะบอกเล่าให้กันฟัง สิ่งไหนที่พอจะช่วยประหยัดได้ก็จะช่วยครอบครัว แลเธอลองสู้ยืนด้วยขาตัวเอง

อยากเป็นเสาหลักให้ที่บ้านได้ คะน้าเองต้องเรียนรู้ว่าจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไรไม่ให้เป็นภาระของครอบครัว คือไม่ใช้เงินเปลือง รวมทั้งช่วยทำงานต่าง ๆ ที่จะให้ได้เงินมา เช่น วันเสาร์ อาทิตย์รับเสื้อผ้าไปขายหรือเอาเสื้อผ้าเก่าไปขายที่ไนท์บาซาร์ หรือตามเทศกาลต่าง ๆ รวมถึงเก็บใบตองมาพับกระทงขายในเทศกาลลอยกระทง ซึ่งใบตองได้มาฟรีทำให้ได้เงินเยอะโดยไม่ต้องลงทุน หรือเห็นเศษผ้าเหลือใช้ก็เก็บมาทำริบบิ้นส่งขายตามร้านขายผลไม้และร้านขายกระเช้าของขวัญในตัวเมือง

กลายเป็นว่ายอดขายของทั้งปีได้เงินจากการนำของเหลือใช้จากคนอื่นมาต่อยอด หลังเลิกเรียนจึงรีบกลับบ้านมานั่งทำของขาย ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวสังสรรค์ปาร์ตี้ กับเพื่อน ๆ ซึ่งความจริงแล้วถ้าเป็นชีวิตของคนอื่น ๆ คงจะเป็นสังคมที่ต้องมีเพื่อนมีสนุกสนานเฮฮาปาร์ตี้ แต่เรารู้หน้าที่ว่าควรจะอยู่ช่วยครอบครัวเป็นกำลังใจและเคียงข้างกันกับพ่อกับแม่ ถ้าคะน้าไม่อยู่ข้างพ่อแม่แล้วใครจะอยู่ และเขาต้องมานั่งเป็นห่วงลูกอีกว่าจะเป็นอย่างไรกลับบ้านหรือยัง

สู้เราอยู่ใกล้ ๆ นั่งทำงานให้เห็นได้เงินมาก็นำมาช่วยกันจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ถึงแม้ว่าโบอันหนึ่งจะได้เงินแค่ 5-10 บาท แต่เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ รวมกันทั้งปีก็ได้เป็นหลักหมื่นเหมือนกัน การที่ได้เงินมาจากน้ำพักน้ำแรงของเราเองต่างหากที่เป็นตัวที่ทำให้รู้ค่า ของเงิน การที่เรามาจากรากหญ้าก็ถือเป็นเรื่องดีที่ทำให้รู้จักคุณค่าของเงิน

หลังเรียนจบปริญญาตรี คณะสถาปัตยกรรม นฤมิตรศิลป์ มมส. มหาวิทยาลัยมหาสารคามแล้วก็มาทำงานประจำบริษัทในกรุงเทพฯ ตรงตามสาขาที่เรียนมา ได้เงินเดือน 18,000 บาท ถือว่าเยอะมาก และเราก็หางานพิเศษทำและเริ่มขายของออนไลน์ในเว็บวีเลิฟชอปปิ้งไปด้วย สมัยนั้นเขียนไดอารี่ออนไลน์ชื่อ ไดอารี่อิส ก็มีเพื่อนๆพี่ๆน้องมาช่วยอุดหนุนและเพื่อนออนไลน์ตามเฟสบุ๊คและคอยให้กำลังใจจนมีวันนี้

ระหว่างนั้นได้เข้าศึกษาต่อปริญญาโทมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง วิทยาเขตกรุงเทพฯ คณะวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง เมื่อเรียนจบได้ผลการเรียนที่ดีมากเพราะ อาจารย์ที่ปรึกษา ดร.ณัตฐาวุฒิ และพี่ๆทุกท่านพร้อมช่วยส่งเสริม จึงต่อยอดโดยทำการศึกษาจนรู้สูตรของครีมและทราบว่าปัญหาของผิวผู้หญิงไทยเกิดจากอากาศของเมืองไทยเป็นเมืองร้อน จึงคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลผิวคนไทยในราคาที่ย่อมเยา

ซึ่งในช่วงที่เรียนและวิจัยผลิตภัณฑ์ของตัวเอง มีโอกาสรู้จักรุ่นพี่ที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง คือ ดร.ธนธรรศ ซึ่งมีโรงงานผลิตสินค้า GMP โดยผลิตให้กับห้างสรรพสินค้าดังรายใหญ่ จึงขอเข้าไปช่วยทำงานให้เขาฟรี ๆ ด้วยการรับออกแบบแพ็กเกจให้ รุ่นพี่เห็นเราเป็นเด็กขยันมีความตั้งใจจริง

จึงให้โอกาสผลิตครีมลอตที่เราคิดค้นและแนะนำให้ไปขายในเซเว่นแคตตาล็อค ของ 7-11 ของบริษัท ซีพีออลล์ ที่ให้โอกาส SME จึงนำคอนเซปต์ไปพรีเซ็นต์ว่าครีมตัวนี้เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากธรรมชาติช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นและนำพาสารสกัดได้ดี ช่วยหล่อเลี้ยงเข้าไปอยู่ในเซลล์ผิว ทำให้ผิวเกิดปัญหาน้อย แต่ทาง

เซเว่นแคตตาล็อคให้กลับไปแก้ 6 ครั้ง เช่น กล่อง ดีไซน์ แพ็กเกจ หลอดบรรจุภัณฑ์ ซึ่งใช้เวลานานถึง 6 เดือน กว่าจะได้ขายก็ใช้เวลาเป็นปีๆ ช่วงนั้นประหยัดอดออมมากรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแทนข้าว เพราะเงินในบัญชีเอาไว้จ่ายค่าเทอมที่ส่งเสียตัวเองเรียน และงานออกแบบสินค้าทำคนเดียวทุกอย่างทุกขั้นตอน

คะน้า สู้จนกระทั่งได้วางสินค้า ในเซเว่นแคตตาล็อคก่อน จากนั้นได้ขยายสาขา ทั่วประเทศ และได้วางขายตามห้างสรรพสินค้าดัง ได้แก่ ร้าน วัตสัน, ร้านบู๊ทส์ ,ร้านบิวเทรี่ยมที่เซ็นทรัล ,Shop At 24 โดย 24Shopping โดยปัจจุบันได้เปิดโรงงานผลิตมาตรฐานสากล GMP HACCP ISO โดยเปิดเป็นโรงงานเล็กๆที่บริหารกันเองด้วยความอบอุ่น

เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็เรียกว่าเราว่าเศรษฐี เรียกเรามองเราว่าเป็น คนรวย แต่เชื่อไหมว่าสิ่งนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเราไปเลย คะน้ายังกินข้าวข้างทางเหมือนเดิม เดินตลาดนัด ดูของมือสอง ยังนั่งรถเมล์ได้เหมือนเดิม ใช้รถไฟฟ้าใต้ดินเหมือนทุกคนได้เหมือนเคย เพราะเรารู้ตัวว่ากำลังทำอะไรและมีเป้าหมายยังไง ซึ่งเป้าหมายคือทำบริษัทให้เป็นที่พึ่งพิงให้คนอื่นได้มาทำงาน ได้กระจายรายได้สู่ชุมชน จึงมุ่งไปที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปมากกว่า

หวังว่าชีวิตของสาวสู้ชีวิตอย่าง คุณ คะน้า (ภัทร์ภัสสร) พิชยา ชัยหิรัญธาดา จะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนที่กำลังมองหาธุรกิจเพื่อสร้างรากฐานให้ชีวิตมีความมั่นคงได้ดำเนินรอยตาม แต่อย่าลืมว่าการจะมีโอกาสที่ดีได้นั้นต้องอาศัยความอดทน ความทุ่มเทแรงใจและแรงกาย เพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ เพราะทุกอย่างในชีวิตไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ.

ปรัชญาการดำเนินชีวิต…แบบอย่างของความสำเร็จ 1 ความกตัญญู หลักการดำเนินชีวิตที่ดีของชีวิตของคะน้า คือตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยมา 4 ปี ไม่เคยไปเที่ยวกับเพื่อนเลย ถามว่าอยากไปไหมใจจริงก็อยากไปอยู่ตามประสาวัยรุ่น แต่เพราะคำพูดของแม่คำเดียวที่ว่า แม่ลำบากลูกยังขอเงินแม่ไปเที่ยวกับเพื่อนอีกหรือ แต่ก็อนุญาตให้ไปพร้อมกับยื่นเงินให้ 100 บาท เราจึงร้องไห้แม่ก็ร้องไห้ ทำให้คิดได้ว่าถ้าทิ้งพ่อกับแม่ไว้และไปเที่ยวสนุกกับเพื่อนก็ไม่ใช่จึงตัดสินใจไม่ไป

2 ความขยัน การมีแนวคิดจิตใจที่ดี คิดบวกชีวิตก็บวก เช่น สินค้าลอตแรกที่เอาไปพรีเซ็นต์กับเซเว่น อีเลฟเว่น เราไม่มีเงินสักบาทเดียวที่จะไปผลิตของ แต่รุ่นพี่เจ้าของโรงงานก็ช่วยเพราะเห็นว่าเราเป็นคนขยันและมีความมุ่งมั่น คือบอกเขาเลยว่าเราไม่มีเงิน แต่ช่วยหนูด้วยนะหนูสัญญาว่าจะหาเงินมาคืน มันเป็นความอดทนที่ใครหลายคนคิดไม่ถึง แค่คิดใจเราก็ไปถึงแล้ว มือเรา สมองเรา และอวัยวะทุกอย่างจะผลักดันเราไปเอง แต่ถ้าไม่เริ่มคิดเราก็อยู่ที่เดิม…

3 การนอบน้อมถ่อมตน เป็นเครื่องช่วยเบิกทางในการรับความช่วยเหลือต่าง ๆ ถ้าเรามีความนอบน้อมถ่อมตน เวลาไปขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่หรือคนอื่นๆ ย่อมได้รับความช่วยเหลือตอบกลับมาอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่ลืมที่จะตอบแทนสังคมที่ให้โอกาสดี ๆ แก่เราด้วย เช่น การที่คะน้าไปบรรยายหรือให้ความรู้แก่นักศึกษาจะไม่รับเงินค่าตัวเลย แต่บริจาคให้เป็นทุนการศึกษาของน้อง ๆ ต่อไป

4 การยอมรับความจริง ธรรมะทำให้เห็นถึงความจริง การไม่ปฏิเสธความจริงจะไม่ทุกข์ ถ้าเราเข้าใจความเป็นธรรมชาติของตัวเองตั้งแต่แรกว่าเป็นอย่างไร เช่น เป็นคนจนแต่สามารถค่อย ๆ พัฒนาจนรวยได้ จะทำให้เราก้าวไปได้อย่างมั่นคง แต่สุดท้ายแล้วความรวยไม่ได้ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น หรือความจนไม่ได้ทำให้เรามีความทุกข์มากขึ้น คนเรามีความสุขเท่าเดิมไม่ว่าจะรวยหรือจน เพราะถ้ายอมรับความจริงในชีวิตได้ก็แปลว่ามีความสุขอยู่แล้ว…

About ดาวพระศุกร์

View all posts by ดาวพระศุกร์ →