X

พาไปชมอาณาจักร“ต๊อก ศุภกรณ์” ขออำลาแสงสีเมืองกรุง

พาไปชมอาณาจักร“ต๊อก ศุภกรณ์” ขออำลาแสงสีเมืองกรุง

พาไปชมอาณาจักร “ต๊อก ศุภกรณ์” หันหลังขออำลาแสงสีเมืองกรุงต๊อก ศุภกรณ์ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งนักแสดงมากความสามารถอีกคนในวงการบันเทิง ที่เคยฝากผลงานละครและภาพยนตร์ดังมากมาย ก่อนที่จะตัดสินใจหันหลังให้กับวงการบันเทิง

เพื่อไปใช้ชีวิตเรียบง่ายและสงบในป่า ซึ่งบอกเลยว่าเป็นชีวิตที่ใครหลายคนใฝ่ฝันกันเลยทีเดียว และในวันนี้เราจะพาไปส่องชีวิตและอาณาจักรบนดอยบนเขาของเขากัน

ต๊อก ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ แม้ในละครมักจะได้รับบทตัวร้ายๆ แต่ใครจะไปรู้ว่าชีวิตจริงนั้นแตกต่างกับในบทละครโดยสิ้นเชิงซึ่งตอนนี้มีได้มี น้องลูกโ ลก หรือลูกสาวให้ฟังด้วยฃว่า ตอนนี้ก็อายุได้ 9 ขวบแล้ว

ซึ่งลูกสาวก็หวงมาก จะเขียนข้อความแปะไว้รอบบ้าน บางครั้งก็โทรวิดีโอมา แล้วบอกว่า ห้ามมีกิ๊กนะ ถ้ามีจะโดนทำโทษซึ่งเขาก็ตอบกลับไปว่า จ้าๆรู้แล้วจ้า หนุ่มต๊อก ได้ออกมาอัปเดตชีวิตในครั้งนี้

หลังมีข่าวว่าจะลาวงการแล้วย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด โดย เขาได้บอกว่า ตอนนี้ก็ไปๆ มาๆ ระหว่างเชียงใหม่กรุงเทพซึ่งอนาคตบั้นปลายชีวิตจะย้ายไปตามวิถีอัตลักษณ์

ใช้ชีวิตเหมือนคนดอย ซึ่งตอนนี้ก็ได้ปลูกข้าว ทำแคมป์ไฟเตรียมไว้แล้ว เขาได้บอกว่า เดิมทีแล้วตนเองก็เป็นลูกครึ่งชาวดอย แม่เป็นเผ่าลีซู พ่อไปรบที่เขาค้อ จากนั้นก็ได้ไปสู่แม่ แล้วก็แต่งงานกัน

ทุกครั้งที่ปิดเทอมจะไม่ได้เที่ยวเล่นในเมืองเหมือนเด็กคนอื่น แต่ก็ขึ้นไปใช้ชีวิตอยู่บนดอย หนุ่มต๊อก ได้บอกว่า ก่อนหน้าก็ได้ที่สถานการณ์ไม่สู้ดีก็ได้แอบไปบวช ซึ่งหลวงพ่อก็บวชให้เงียบ ๆซึ่งถ้าเกิดมีเวลาว่างอยากไปอีก

เพราะถ้าอยู่บ้านเยอะก็อาจจะทะเลาะกับคนที่บ้านได้ หากถามว่าสื่งที่ได้จากการบวชคืออะไร หนุ่มต๊อก ก็บอกว่า การบวชแต่ละครั้งก็จะได้ความรู้ในสิ่งที่ห้องเรียนไม่ได้สอน เช่นเรื่องของจิตใจ การใช้ชีวิต เขายังบอกอีกว่า

รอบล่าสุดที่ไปบวช ก่อนสึกก็ได้ร้องไห้ออกมาเพราะมันไม่อยากสึก ตื่นมาไม่ต้องคิดอะไร อยู่กับตัวเอง อยู่กับลมหายใจ อยู่กับสมาธิ ซึ่งมันเหมือนการได้เจอกับความสุขจริง ๆ ไม่มีเรื่องเครียด แต่สุดท้ายก็ต้องสึกออกมา

เพราะกลับมาเคลียร์ธุระทางบ้านเห็นว่ากำลังจะย้ายถิ่นฐานไปใช้ชีวิตที่เชียงใหม่ “จริงครับ อยากไปตามวิถีอัตลักษณ์ ใช้ชีวิตเหมือนคนดอย” คิดว่าจะย้ายไปอยู่เฉยๆ หรือว่าไปทำธุรกิจที่นั่น “ย้ายไปอยู่ตอนบั้นปลายครับแต่ตอนนี้เราก็ไปๆ มาๆ

ปลูกข้าวดอยบ้าง ทำแคมป์ไฟไว้ ทำที่อยู่ไว้” เสน่ห์อะไรทำให้เราติดใจอยากไปใช้ชีวิตที่นั่น “มันติดใจ จริงๆ เราก็เป็นลูกครึ่งชาวดอยเหมือนกัน แม่พี่เป็นเผ่าลีซู แล้วพ่อไปรบที่สมรภูมิเขาค้อ เสร็จแล้วก็ขอแม่มาอันนี้เรื่องจริงเลยคอนเฟิร์ม

แล้วที่นี้ตอนเด็กทุกปิดเทอมเราจะไม่ได้ไปสวนสยาม ไปแดนเนรมิตเหมือนคนอื่น แต่ขึ้นไปอยู่บนดอย ตอนนี้อยู่ในช่วงเตรียมตัวที่จะไปใช้ชีวิตที่นั่น” ก่อนหน้านี้ก็แอบใช้ชีวิต แอบไปบวชเงียบๆ “บวชดังไม่ได้เพราะว่าตอนนั้นโควิด

เขาห้ามบวช เราก็ต้องไปเงียบๆ แค่หลวงพ่อบวชให้ก็เป็นบุญมหาศาลแล้ว มีแพลนจะบวชอีกมั้ย ก็มีสิทธิ์ครับถ้าเกิดมีเวลาว่างอยากไปอีก ถ้ามีโควิดรอบสี่ ก็อยากไปอีก เพราะว่าอยู่บ้านเดี๋ยวทะเลาะกันแน่

สิ่งที่ได้จากการบวชในทุกครั้งคืออะไรบ้าง สิ่งที่ได้ในการบวชแต่ละครั้งจะได้รู้ในสิ่งที่เราไม่มีในโรงเรียนอะ เรียนรู้ในเรื่องของจิตใจ และการใช้ชีวิตอย่างเช่นตอนบวชครั้งสุดท้ายเนี่ย โอ้โห..ค่อนข้างที่แบบว่าไม่รู้เป็นอะไร

ตอนสึกคือร้องไห้ตลอดเลย เราก็ไม่กะว่าจะร้องไห้ ร้องไห้จนหลวงพ่อที่สึกให้บอกว่าโยม ทำไมไม่อยู่ต่อ มันเหมือนไม่อยากสึกเลย มันมีความรู้สึกว่ามันมีความสุขอะเราตื่นมาแล้วแบบว่าไม่ต้องคิดอะไรเลย

เราอยู่กับลมหายใจ อยู่กับสมาธิ และ ก็ได้เรียนในสิ่งที่เราไม่เคยเรียน ได้รู้ในสิ่งที่ครูบาอาจารย์บอก มันก็มีความรู้สึกเพลินนะ แต่พอดีไป อุ๊ย บิลค่าบ้านอะไรมาเต็มเลยนะ เราต้องรีบสึก เราต้องรีบออกแล้ว”

About ดาวพระศุกร์

View all posts by ดาวพระศุกร์ →