X

ใช้ชีวิตธรรมดา เรียบง่าย ทำเกษตรเลี้ยงครอบครัว

ใช้ชีวิตธรรมดา เรียบง่าย ทำเกษตรเลี้ยงครอบครัว

คุณแม่ดารา/นางแบบที่ได้ชื่อว่า แกร่งที่สุดคนหนึ่งในวงการบันเทิง สำหรับ ‘ตุ๊ก-ชนกวนันท์ รักชีพ’ แม้จะต้องรับมือกับปัญหาชีวิตคู่ที่รุมเร้าจนกลายเป็นรอยแตกหักในครอบครัว ทว่าบทบาทความเป็นคุณแม่ลูกสองก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่ขาดตกบกพร่องหันหน้าเข้าสู่ผืนนาดิน

ใช้ชีวิตเรียบง่าย ทำนาปลูกข้าวปลอดสารพิษในนาม “สุธาทิพย์ ฟาร์ม” ธุรกิจเล็กๆ ที่นอกจากสร้างรายได้เลี้ยงดูลูกๆ ทั้งสองคน (น้องแพรว และน้องภูมิ) แล้ว ยังเป็นอาชีพเสริมที่ทำให้เห็นคุณค่า และความหมายของข้าวมากยิ่งขึ้นต่อไปนี้

คือการเปิดมุมคิด ล้วงชีวิตของคุณแม่หัวใจเกษตรกรรม พร้อมด้วยการพูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่เคยมีสื่อไหนล้วงลึกไปถึง

คุณแม่มือใหม่ หัดทำข้าวออแกนิกสร้างความฮือฮาจนชาวเน็ตแห่กันชื่นชม เมื่อคุณแม่นางแบบ ‘ตุ๊ก-ชนกวนันท์ รักชีพ’ โพสต์ภาพ พร้อมข้อความลงในอินสตาแกรม

โดยเจ้าตัวระบุว่า ตัวเองได้หันหน้าเข้าสู่ผืนนา ปลูกข้าวในนามสุธาทิพย์ ฟาร์ม ปราศจากยากำจัดแมลงและสารเคมีใดๆ ตามด้วยเหตุผลที่ว่า เพื่อให้คนไทยได้กินข้าวที่ปลอดภัยและปลูกโดยวิถีออแกนิก

“ตอนนี้ตุ๊ก แพรว และภูมิ ปลูกข้าวที่นาข้าวของพวกเรา และมีมากพอเกินกว่าที่กินเอง มีโรงสีสำหรับข้าวออแกนิก บรรจุเองด้วยค่ะ ก็เลยมีส่วนที่จำหน่ายได้

เรามีข้าวขาวหอมปทุม ข้าวกล้องหอมปทุม ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ซึ่งปลูกวิถีเกษตรอินทรีย์ หรือออแกนิก สนใจมากินข้าวปลูกวิถีเกษตรอินทรีย์ด้วยกันนะคะ”เป็นแนวคิดที่เกิดจากคุณพ่อ

ซึ่งเป็นคุณพ่อบุญธรรมชื่อว่า คุณพ่อสุธา นิติภานนท์ ด้วยความที่สนใจ คุณพ่อจึงแบ่งงานบางส่วนให้รับผิดชอบ

“คุณพ่อมีที่นาอยู่แล้วค่ะ ท่านซื้อไว้ 30 กว่าปีแล้ว อยู่ที่จ.สุพรรณบุรี ตอนแรกตั้งใจว่าซื้อเก็บไว้เพื่อการพักผ่อนเสาร์-อาทิตย์ ต่อมาคุณพ่อก็สนใจอยากทำอาชีพในฝัน

นั่นก็คือการทำนา ท่านจึงเริ่มเข้าอบรม ศึกษาหาความรู้จนมาเริ่มจริงๆ เมื่อประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นก็ทำเป็นเกษตรเคมี

หลังจากนั้นคุณพ่ออยากทำเอง จึงเปลี่ยนจากเคมีมาเป็นวิถีอินทรีย์ แต่กว่าจะเป็นเกษตรอินทรีย์แบบสมบูรณ์ได้ ต้องใช้เวลานานค่ะ แถมยังต้องชวนนาข้างเคียงเข้ามาร่วมด้วย

ปัจจุบันเป็นไร่นาออแกนิกแบบสมบูรณ์แล้วค่ะ ทำมาได้ 2-3 ปีที่แล้ว เป็นการทำเกษตรโดยปราศจากยาฆ่าแมลง และสารเคมีใดๆ

สำหรับตุ๊ก คุณพ่อเห็นว่า เราก็เลี้ยงลูกด้วยวิถีนี้อยู่แล้ว เราก็ถือโอกาสพาลูกไปเที่ยวเล่น เรียนรู้กับผืนนา ด้วยความที่เห็นว่าเราเริ่มสนใจเพราะชอบถามโน่น ถามนี่ และอยากลองทำ

คุณพ่อก็บอกว่า จะเอาจริงเหรอ จะทำจริงเหรอ ใจตอนนั้นก็อยากพิสูจน์ตัวเอง สุดท้ายคุณพ่อก็ยอมให้รับผิดชอบบางส่วน อีกส่วนคุณพ่อเหมือนเอ็นดูหลานๆ

ซึ่งท่านก็ให้ที่นาเพื่อให้เราได้ทำมาหากิน หาเลี้ยงลูก จนกลายเป็นอาชีพเสริมของตุ๊กขึ้นมา” แม้ว่าใครหลายๆ คนจะเคยปรามาสเอาไว้ว่า การเป็นชาวนา

เป็นอาชีพที่ต่ำต้อยด้อยค่า ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี แต่สำหรับคุณแม่ท่านนี้แล้ว การทำนา ปลูกข้าว เป็นอาชีพที่นำมาซึ่งความภาคภูมิใจอย่างมาก แม้จะไม่ได้ลงมือหว่าน หรือเกี่ยวข้าวเองทั้งหมดก็ตาม

“คงคิดมากกันไปเองค่ะ บางครั้งเราอาจไปยึดติดกับวัตถุมากเกินไป แต่ที่ตุ๊กได้ลงไปทำ ตุ๊กมองว่า มันคือเกษตรกรรม แล้วก็เป็นอาชีพเก่าแก่ ใครจะมองว่าอย่างไร ตุ๊กไม่สน

อีกอย่างตุ๊กไม่ได้รู้สึกตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะอะไรก็ตามที่ไม่เคยทำแล้วทำได้สำหรับตุ๊ก มันเป็นเรื่องภูมิใจมากๆ แต่ไม่นึกว่าคนอื่นๆ จะร่วมภูมิใจด้วยขนาดนี้ เห็นได้จากกระแสตอบรับ ตุ๊กได้รับแต่คำชื่นชม

About ดาวพระศุกร์

View all posts by ดาวพระศุกร์ →