ต้นกำเนิดของครัวซองต์

ต้นกำเนิดของครัวซองต์

เล่ากันว่าแท้จริงแล้วครัวซองต์มีต้นกำเนิดมาจากกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ถูกดัดแปลงมาจาก “คิปเฟล (Kipferl)” ขนมรูปทรงพระจันทร์เสี้ยว ตามชื่อคิปเฟลที่แปลว่า “พระจันทร์เสี้ยว” ในภาษาเยอรมัน เกิดขึ้นช่วงราว ๆ ปี 1683 จากเหตุการณ์ส-ง-ค-ร–ามระหว่างเติร์กและเวียนนา

โดยจักรวรรดิออตโตมันของชาวเติร์กได้ส่งกองทัพไปปิดล้-อ-มเพื่อยึดกรุงเวียนนา ตีเมืองอยู่หลายครั้งหลายเดือนก็ยังไม่สามารถทำ-ลา-ยกำแพงเมืองกรุงเวียนนาได้ จนกองทัพชาวเติร์กได้คิดกลอุบายขุดอุโมงค์ลอดใต้กำแพงเมืองเพื่อให้เข้าโจ–ม-ตีเมืองได้ ซึ่งเหล่าเชฟเบเกอรีและคนทำขนมปังในกรุงเวียนนา

รับหน้าที่เข้าเวรกะดึกพอดีเลยได้ยินเสียงขุดเจาะอุโมงค์ของทหารเติร์ก จึงได้ส่งสัญญาณเตือนกับทหารรัก-ษ-าเมืองผนึกกำลังกับกองทัพของกษัตริย์จอห์นที่สามแห่งโปแลนด์ มาขับไ-ล่กองทัพของออตโตมันจนสามารถป้องกันและรัก-ษ-ากรุงเวียนนาไว้จนได้ หลังจากชัยชนะครั้งนั้น

เหล่าเชฟเบเกอรีและคนทำขนมปังในกรุงเวียนนาจึงได้จัดงานเฉลิมฉลองด้วยการทำขนมปังรูปพระจันทร์เสี้ยวเลียนแบบสัญลักษณ์บนธงของเติร์ก และเรียกขนมปังดังกล่าวว่า “คิปเฟล (Kipferl)” นั่นเอง

ต่อมาในช่วงปี 1770 หลังจากพระนางมารี อ็องตัวแน็ต เจ้าหญิงจากกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เข้าพิธีอภิเษกสมรสกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แล้วทรงย้ายมาประทับอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส ด้วยความคิดถึงบ้านเกิดและขนมคิปเฟล จึงสั่งให้พ่อครัวทำขนมคิปเฟลขึ้นมา จนข่าวนี้แพร่กระจายออกไป

ทำให้คิปเฟลเป็นที่รู้จักมากขึ้น และกลายเป็นเทรนด์ขนมของเหล่าราชวงศ์และชนชั้นสูงฝรั่งเศส ซึ่งคิปเฟลที่พ่อครัวทำใช้กรรมวิธีแบบใหม่จึงมีเนื้อสัมผัสที่ต่างไปจากเดิม จึงมีการแปลงโฉมคิปเฟลใหม่เป็น “ครัวซองต์

(Croissant)” และเกิดความนิยมไปทั่วประเทศฝรั่งเศส ฉะนั้นถ้าจะบอกว่ารครัวซองต์เกิดในประเทศฝรั่งเศสก็ไม่ได้ผิดแต่อย่างใด แต่ถ้าลงลึกว่าครัวซองต์ได้แรงบันดาลใจมาจากคิปเฟล ซึ่งเป็นของชาวออสเตรียก็จะยิ่งเข้าใจขนมอบชนิดนี้มากยิ่งขึ้น

ครัวซองต์จึงมีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงปี 1839 ทหารออสเตรียชื่อว่า August Zang เจ้าของร้านขนมเบเกอรี Boulangerie Viennoise คนแรกที่เปิดร้านเบเกอรีแบบเวียนนาขึ้นในกรุงปารีส ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทำขนมคิปเฟล

จึงได้ดัดแปลงคิปเฟลด้วยการใช้แป้งที่แตกต่างจากขนมแบบดั้งเดิม จนมีลักษณะคล้ายครัวซองต์มากขึ้น ซึ่งคิปเฟลในแบบของ August Zang สร้างแรงบันดาลใจให้กับเชฟขนมอบชาวฝรั่งเศสมากมาย โดยเฉพาะ Sylvain Claudius Goy คนทำขนมปังชาวฝรั่งเศสที่ได้นำมาต่อยอดและปรับสูตร โดยการใช้ยีสต์ เนย พร้อมวิธีอบครัวซองต์ใหม่ในปี 1915 จนกลายเป็นครัวซองต์ในรูปแบบที่เราได้เห็นและกินกันอย่างในปัจจุบันนี้

.คิปเฟล (Kipferl) VS ครัวซองต์ (Croissant) ต่างกันยังไง?อย่างที่เราได้เล่าไปในข้างต้น ว่าวิวัฒนาการครัวซองต์นั้นมาจากขนม “คิปเฟล (Kipferl)” เป็นขนมเก่าแก่มีรูปทรงแบบพระจันทร์เสี้ยว ในอดีตเล่ากันว่าจะมีทั้งแบบแป้งเพียว ๆ ไม่มีไส้ และแบบที่มีไส้โดยใส่ถั่วผสมเข้าไป ส่วนเนื้อของขนมคิปเฟลนั้นจะมีผิวที่เรียบเนียน ไม่ฟู และไม่กรอบ

หลายปีต่อมาจึงมีการต่อยอดและปรับสูตรไปตามยุคสมัย โดยการใช้แป้งครัวซองต์แบบใหม่ เพิ่มนม ยีสต์ เนย พร้อมด้วยวิธีการอบให้กรอบ และมีเทกซ์เจอร์มากยิ่งขึ้น ซึ่งมาตรฐานของครัวซองต์ที่ควรมีก็คือมีความฟูพอง ผิวด้านนอกบาง กรอบ เนื้อสัมผัสข้างในต้องเหนียวนุ่ม และมีกลิ่นหอมของเนยไปทั่วทั้งชิ้น มีความแตกต่างกันจากอดีตค่อนข้างมาก แต่ที่ยังคงมีเหมือนกันคือรูปทรงลักษณะที่เป็นพระจันทร์เสี้ยวอยู่

คำนิยามของครัวซองต์ที่ดี เรื่องนี้เราคงจะต้องขอยืมคำตอบของผู้เชี่ยวชาญที่เป็น Artisan Boulanger อย่างคุณ Eric Kayser เจ้าของแบรนด์ร้านครัวซองต์ Eric Kayser กล่าวเมื่อครั้งที่เดินทางมาเปิดสาขาในประเทศไทยว่า “มี 2 สีเสมอ คือน้ำตาลเข้มและเหลืองทอง ครัวซองต์ที่ดีต้องบีบแล้วแตก

เวลากินกลางวันกลับมาคุณจะเห็นคนฝรั่งเศสมีผงของครัวซองต์ติดตามเสื้อผ้า ด้านในฉ่ำมีฟองอากาศ กดแล้วคืนตัว แสดงให้เห็นว่าใช้ยีสต์ธรรมชาติจริง ๆ กรอบนอกนุ่มในและมีกลิ่นเนย เพราะเราใช้เนยจากฝรั่งเศสมาตลอด แม้ว่าราคาจะสูงขึ้น เนยที่ดีต้องไม่ติดลิ้นติดเหงือก” อ่านต่อได้ที่ https://www.wongnai.com/food-tips/the-history-of-croissant?ref=ct
https://www.wongnai.com/food-tips/the-history-of-croissant?ref=ct

About ดาวพระศุกร์

View all posts by ดาวพระศุกร์ →